วันจันทร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

13 ปี เวนเกอร์ กับ 13 ปี ของ ท๊อตแน่ม

ความจริงว่าจะเขียนเรื่องนี้ตั้งหลายวัน แต่ยังไม่มีเวลาว่างวันนี้สบโอกาสเลยได้มาบรรเลงสักที ปกติอะไรที่เกี่ยวข้องกับไอ้เน่า ผมไม่อยากจะพูดถึงเท่าไหร่ ด้วยความที่เกลียดเข้าไส้

รวมถึง เจ๊เวนเกอร์ ที่ ไม่ค่อยชอบขี้หน้าอยู่แล้ว แต่กรณี ต้องยอมรับและอาจจะต้องกล่าวถึงบ้างในวันนี้

ใครจะคิดล่ะครับ ว่า ไอ้เน่าในวันนี้ มันทิ้งห่างเราไปไกลหลายขุม ทั้งผลงานในวนามและนอกสนาม ทีมเราเทียบไม่ติดจริงๆ

13 ปีที่ เวนเกอร์ เข้ามาปลุกปล้ำ เอ้ย ปลุกปั้น ไอ้เน่า จนกลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้ ปฏิเสธไม่ไ้ด้เลยว่า เวนเกอร์ คือผู้วางรากฐานมาตลอด

ก่อนหน้านี้ ไอ้เน่าอาจจะผลงานดีกว่าเราก็จริง แต่ส่วนใหญ่คนโดยทั่วไปก็ยกย่อง แนวทางและวิธีการเล่นของเราไม่แพ้ ไอ้เน่า ถึงแม้จะไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็ตาม
ด้วยแนวทางการเล่นบอลบนพื้น สวยงามและนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยทักษะของทีมเรา ทำให้ ทีมเรายังพอเชิดหน้าชูตาอยู่ได้บ้าง

แต่หลังจาก เวนเกอร์ เข้ามาคุมทีม ในปี 96 ต่อจาก บรู๊ซ ริอ็อค ในเวลานั้น เวนเกอร์ ก็ทำให้ทีม น่าเบื่อ อย่าง ไอ้เน่า ที่มีฉายา มาตลอดว่า "บอริ่ง อารเซน่อล" กลายเป็นทีมที่ดึงดึงดูดทุกสายตา กลายเป็นทีมเล่นได้อย่างสวยงาม มีปรัชญาเกมรุก นักเตะเล่นด้วยทักษะ สุดยอด

จนปี 2003-2004 กลายเป็นทีมที่ได้รับ ฉายาว่า " The invincibles "หรือ ทีมไร้พ่าย ที่ทำสถิตไม่แพ้ใครถึง 49 นัด และ แนวทางการหานักเตะช้างเผือกมาปั้นจนกลายเป็นกุนซือที่ปั้นนักเตะดังๆ ประดับวงการมามายมาย

จะเห็นว่า 13 ปี ที่ผ่านมา ไอ้เน่าทิ้งห่างเราไปขนาดใน ทั้งผลงานและเกียริตยศ รวมถึงแนวทางการเล่น ขนาดสนามที่ใหญ่โตและทำเงินได้มากกว่าเรามากมาย สิ่งเรานี้ทีมเราเหมือนช่วงเวลาที่ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนที่ต้องตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของเพื่อนร่วมเมืองมาตลอด รวมถึง เชลซี ที่ผลาดขึ้นมาเป็นหนามยอกอกเราอีกในเวลาต่อมา

หากนับกุนซือเราที่คุมทีมมาตลอดในช่วง 13 ปี เราใช้ไปแล้วถึง 13 คน รวมพวกรักษาการชั่วคราว นับตั้งยุคกุนซือหัวฟู อย่าง เจอร์รี่ F4 เอ้ยยย ฟรานซิส จนโดนไล่ออก และให้ ฮิวส์ตันรักษาการอยู่พักนึง จน มีการเปิดตัว กุนซืออิมพอร์ต ที่หลายๆคน มองว่า ทีมเราอาจะประสบความสำเร็จแบบ ไอ้เน่าบ้าง เมื่อไปได้ ตัว คริส เตรียน โกรสส์ กุนซือหัวเหม่งมาจาก กราซฮอปเปอร์ ในสวิตเซอร์แลนด์ ที่ผลงานในเวลากำลังรุ่ง

แกเปิดตัวได้อย่างสุดยอด มานั่งรถไฟใต้ดินในงานเปิดตัวแถลงข่าวเป็นครั้งแรก ในเวลานั้นผมก็เอาใจช่วยแก แต่ด้วยปัญหาและอุปสรรค์ ด้านภาษา ทีีครั้งนึง พี่แมวเพชร แห่ง ซ็อคเกอร์ ที่เวลานั้นประจำการอยู่อังกฤษ บอกว่า แกพูดได้ แต่ คัมมอน คัมม่อน เท่าั้นั้น ในการสั่งการข้างสนาม
จนสุดท้ายก็โดนอัปหิออกไปแบบไม่มีใครเสียดายสักเท่าไหร่ เมื่อพาทีมหนีกตกชั้นได้แบบบหวุดหวิด ผลงานที่คนจำได้คือคนที่นำ คลิ้นมันส์ กลับมาเล่นอีกครั้ง พร้อม นิโกลาร์ แบร์ตี้ เท่านั้น

จากนั้น ก็คิดอะไรไม่ออก ก็ดึงลูกหม้ออย่าง เดวิด พลีท มาคุมทีมชั่วคราว ซึ่งทีมเราก็ผลงานทรงๆ จน อลัน ชูการ์ สร้างความตื่นตะลึง ไปดึงตัว จอร์จ แกรแฮม มาคุมทีม ในเวลานั้น สำหรับผมคือช่วงยุคมืดในการเชียร์อย่างแท้จริง มรอย่างเดียวที่ผมพอใจ คือ การดึงตัว ไซม่อน เดวิย์ และ แมทธิว เอเธอริงตัน จากปีเตอร์โบโร่ มาร่วทีม เพราะใน CM3 ตอนนั้น มันเก่งทั้งคู่จริงๆ

ถึงแม้จะมีแชมป์ ลีกคัพในปี 99 ติดมือมาบ้าง แต่แนวทางการเล่นที่ เกรแฮม ทำทีมในเวลานั้นบอกตรงๆครับว่าโครตเซ็ง เน้นเกมรับ เล่นในระบบ 3-5-2 แต่เกมรับก็ไม่ได้ดีขึ้นอะไร แถมยังทำให้ของดีอย่าง เซอร์เก เรบรอฟ ที่ตอนนั้นกำลังรุ่ง กลายเป็นดาวดับมาแล้ว

จนเมื่อ อลัน ชูการ ขายหุ้นให้กับกลุ่ม ENIC เข้ามาแทนที่ในปี 2001 ก็จัดการตะเพิด เกรแฮม ออกจากตำแหน่งและให้ เดวิด พลีท รักษาการแทนอยู่พักนึง และ เดเนียล เลวี่ และกลุ่ม ENIC ก็ต้องการซื้อใจเหล่าแฟนบอลในช่วงเข้ามาใหม่ด้วยการแต่งตั้ง เกล็น ฮ็อดเดิ้ล ฮีโร่ตลอดกาลของแฟนบอลเข้ามาคุมทีม

เกล็น ฮ็อดเดิ้ล ในเวลานั้น หลังจากคุมเชลซี ในช่วงจนๆ อยู่พักนึง ก้ได้เลื่อนขั้นไปคุมทีมชาติอังกฤษก่อนโดนไล่ออก และมาคุมทีมนักบุญ เซาธ์แธมตัน ในเวลานั้น ทีมเราต้องเสียเงินและค่าชดเชยไปดึงตัวมาคุมทีม และทุ่มเงินซื้อนักเตะ เซาธ์แธมตัน ในเวลานั้นมาร่วมทีมอยู่หนึ่งคน ซึ่งก็คือของปลอมทำเหมือน อย่าง ดีน ริชาร์ด กองหลังราคาแพงระยับถึง 8 ล้านปอนด์ในเวลานั้น

หากใครยังพอจำกันได้ เกมเปิดตัวของกองหลังคนนี้คือ เกมอัปยศที่ไม่มีใครลืม คือ การนำห่าง 3-0 แลพ แพ้ให้ไอ้กระสือแดง 5-3 ในครั้งนั้นที่ยังโดนพาดพิงทุกทีในวันนี้

ยุคของฮ็อดเดิ้ล ทีมเราในเวลานั้นกลายเป็นทีมรวมนักเตะชรา ไม่ว่า จะเป็น เท็ดดี้ เชอริง แฮม กุส โปเยต์ เลส เฟอร์ ดินานด์ ทิม เชอร์วู๊ด คริสเตียน ซีเก้ หรือ แม้แต่ ปีกกระดูกยุง ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน แต่ก็มีดาวรุ่งที่เชิดหน้าชูตา อย่าง แกรี่ โดเฮอร์ตี้ กองหน้า ที่เล่นกองหลังได้ดีกว่าตำแหน่งของตัวเอง ที่ผมพอจำได้

สุดท้าย เลวี่่ ก็คงทนไม่ไหว และเริ่มคิดอะไรที่น่าจะดีกว่านั้น ก็จัดการไล่ ฮ็อดเดิ้ล พร้อมตั้ง เดวิด พลีท คุมทีมชั่วคราวเป็นครั้งที่เท่าไหน่แล้วฟระ!! และสร้้างความฮือฮา เมื่อหันไปใช้แนวทางแบบภาคพื้นยุโรป

ด้วยการดึงตัว แฟร้งค์ อาร์เนเซ่น แมวมองและนักปั้นมือทอง มาจาก พีเอสวี ในเวลานั้น พร้อมแต่งตัง ฌักก์ ซองตินี่ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสในเวลานั้นมาคุมทีมหลังจากจบฟุบอลยูโร 2004 และมี มาร์ติน โยล กุนซือแห่งปีของฮอลแลนด์ ในเวลานัี้นมาเป็นผู้ช่วย

เรียกว่าสร้างความหวังเรืองรองให้กับเหล่าสากไก่เดือยทองกันถ้วนหน้า นักเตะที่หมดสภาพ เริ่มโดนโละออกจากทีม จากทีมที่ขาดกองกลางตัวรับ กลายเป็นทีมที่กลางรับ แทบจะเหยียบกันตายในเวลานั้น

ในปี 2004 ใครที่ติดตามข่าวในตอนนั้น ถ้าอ่านหนังสือพิมพ์ อย่างน้อยต้องมีข่าวทีมเราซื้อนักเตะแทบทุกวัน ไม่ว่าจะชื่อดังหรือ ดาวรุ่ง ทีมเรากว้านซื้อมาตลอด ตอนนั้นตื่นเต้นมาก บอร์ดสเปอร์สไทยแลนด์ ยังเหลืองๆ อยู่เลย มี บอร์ด ของพี่ ไก่อู ที่เป็นแีรงบันดาลใจให้ผมทำบล๊อกนี้ขึ้นมา

ซองตินี่ คุมอยู่ได้ไม่กี่เดือน ก็ทำช๊อก ด้วยการขอลาออก พร้อมประเด็นความขัดแย้งกับ อาร์เนเซ่น รวมถึงรู้สึกว่าถูก มาร์ติน โยล แทงข้างหลัง จนสุดท้าย โยล ก็ก้าวขึ้นมาคุมทีมเต็มตัว ก่อนที่ ไอ้แฟร้งค์ หน้าเิงิน จะโยกตูดไปอยู่เชลซี โดยที่ทีมเราได้ค่าชดเชยไป 10 ล้านปอนด์

ผลงานของโยล ก็อย่างที่เรารู้กัน ว่า การได้อันดับ 5 สอง ปีติดและทีมก็เล่นด้วยแนวทางฟุตบอลเกมรุก ทำให้ทีมเรายกระดับมาตรฐานขึ้นมามากขึ้น แต่ด้วยความใจร้อนของ บอร์ดที่ไม่อดทนเท่าที่ควร จนไปดึงตัว ฆวนเด้ รามอส มาคุมทีม แต่ก็คุมได้แค่ปีเดียวและก็โดนไล่ออก เมื่อมีปัญหาในการคุมทีม ถึงแม้จะได้แชมป์ ลีกคัพ มาประดับตู้หนึ่งใบก็ตาม จนสุดท้าย ทีมเราก็ไปดึงลุงจ่ามาคุมทีมจนปัจจุบัน ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตจะจบลงแบบไหน

จะเห็นว่า 13 ปีที่ผ่านมา ไอ้เน่า มี เวนเกอร์ สร้างรากฐาน แมนยู มีป๋าคุมมากว่า 20 ปี แต่ทีมเราเปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นว่าเล่น ทีมขาดความต่อเนีื่อง และต้องสร้างนักเตะกลุ่มใหม่ๆตามความต้องการของผู้จัดการทีมแต่ละคนในการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้ง
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องเสียไปในช่วง 13 ปีทีี่ผ่านมา ไม่ต้องโทษใคร นอกจากโทษความไม่อดทนของทั้งแฟนบอลและบอร์บริหาร ที่ต้องรับผิดร่วมกัน..

วันศุกร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ทอมมี่ไปบอลโลก

ปีนี้นับเป็นปีทอง ของ ทอม ฮัดเดิ้ลสตัน โดยแท้ ใครจะไปคาดคิด ว่าโอกาสในการลงเล่นปีนี้ ของ ฮัดเดิ้ลสตัน จะได้ลงเล่นไปแล้วถึง 15 นัด และลงเล่น ในพรีเมียร์ลีก ให้กับทีมเราครบทุกนัด

ทั้งๆที่ตอนต้นฤดูกาล ทอมมี่ มีโอกาส จะย้ายไปร่วมทีมอื่นอยู่รอมร่อ โดนเฉพาะเอฟเวอร์ตัน ที่คอยจับตามองอยู่ เพราะโอกาสที่ได้ลงเล่นนั้นดูจะลำบาก เพราะมี ทั้ง โมดริช ปาลาซิออส และ จีนัส คอยขวางทางอยู่

แต่ ทอมมี่ ก็แสดงให้เห็นศักยภาพและคว้าโอกาสที่ได้รับจาก เร้ดแนปป์ เอาไว้ โดยผลงานที่แสดงให้เห็นในปีนี้ ถือว่า ทอมมี่ พัฒนาขึ้นมากจริงๆ

ถึงแม้อาจจะต้องปรับปรุงเรื่องการยืนตำแหน่งอีกสักหน่อย แต่เรื่องแบบนี้ บางทีประสบการณ์จะสอนให้เองโดยอัตโนมัติ หากพัฒนาในส่วนนี้ได้ ทอมมี่ จะเป็นนักเตะที่จับตามองมากๆ ในตำแหน่งของตัวเอง

เพราะมีครบทั้งความแข็งแกร่ง ลูกยิงไกล การเปิดบอลยาวและวิสัยทัศน์ในการอ่านเกม

เหมือนที่ อันเดียรส์ ปีร์โล แสดงให้ เห็นว่า กองกลางตััวโฮลด์บอล ไม่จำเป็นต้องเล่นหนักเสมอไป แค่ใช้การอ่านเกมและการยืนตำแหน่งให้เป็นประโยชน์ ก็เพียงพอแล้ว และในทีมเรา ทอมมี่ ก็มีผึ้งงานอย่าง วิลสัน ปาลาซิออส คอยช่วยผ่อนแรงให้อีกคน

และล่าสุดที่ถือว่าเป็น โบนัสอย่างแท้จริงสำหรับ ฮัดเดิ้ลสตัน คือ โอกาสได้ติดทีมชาติชุดใหญ่ ที่จะลงเล่นกับ บราซิล ในสุดสัปดาห์นี้ การได้มีชื่อติดทีมชาติ ผมก็ืถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ สำหรับ ทอมมี่ หากได้ลงเล่นก็ืถือว่าถูกล๊อตเตอร์รี่ ชุดใหญ่เลยทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ ทอมมี่ ก็ได้ลงเล่นแต่เพียงทีมชาติชุดยู-21 มาตลอด

หากได้ลงเล่นและโชว์ฟอร์มได้ดี มันก็จะส่งผลผลต่อ ทอมมี่ และทีมเราอีกด้วย เมื่อนักเตะอยากไปบอลโลก ก็ต้องเล่นให้ดีที่สุดในสีเสื่อสโมสร ทีมเราก็มีแต่ได้กับได้ และโอกาส ของ ทอมมี่ ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน สำหรับบอลโลกในครั้งนี้

เพราะนักเตะในสไตล์แบบ ทอมมี่ มี เพียงแค่ ไมเคิล คาร์ริค เพียงคนเดียว ดังนั้นโอกาส ก็ยังเปิดประตูอยู่สำหรับเจ้าหนูทอมมี่

ผมมองว่า โอกาสได้ไปบอลโลก 2010 ของ ฮัดเดิ้ลสตัน ดูจะมีโอกาสมากกว่า ไอ้โจ้ จีนัส เสียอีก เพราะนักเตะสไตล์แบบไอ้โจ้นั้น หากไม่ยากเลยสำหรับนักเตะทีมชาติอังกฤษในปัจจุบัน

เราคงต้องมาลุ้นกันว่า เสาร์นี้ ฮัดเดิ้ลสตัน จะได้รับโอกาสและลงเล่นมากแค่ไหน หากทำได้และโชว์ฟอร์มได้ดี โอกาสอยู่ไม่ไกลเลย อยู่ที่ว่า ฮัดเดิ้ลสตัน จะคว้ามันได้เหมือนที่แสดงให้เห็นกับทีมเราหรือเปล่าเท่านั้นเอง..

วันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ถึงคราวราชันย์ลงจากบัลลังก์

เห็นฟอร์มล่าสุดของ เล็ดลีย์ คิง อดีตกัปตันทีมของเราในช่วงหลังๆแล้ว ก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะด้วยสภาพร่างกายและฟอร์มการเล่นที่เคยเป็นเสาหลักของทีมมาตลอด ออกอาการเป๋อย่างเห็นได้ชัด

ทั้งหมดนี้ล้วนมีสาเหตมาจากอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่คอยตามรบกวน คิง อยู่ตลอดเวลา เล้ดลีย์ คิง ในวัย 29 ควรจะเป็นช่วงที่พีคสุดขีดในช่วงเวลาของนักฟุตบอลอาชีพ ด้วย วัยและ ประสบการณ์ น่าจะเป็นเสาหลักของทีมได้ไม่ยาก

แต่สภาพการเข้าๆออก ระหว่างสนามซ้อมและห้องพยาบาล ทำให้ คิงมีสภาพอย่างที่เห็น หาก คิง ไม่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานเช่นนี้ ใครจะไปรู้ว่า บางที จอหน์ เทอร์รี่ และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อาจจะต้องไปแย่งที่ว่างอีกตำแหน่งกันเอาเองก็ได้

สภาพร่างกายของ คิง ในเวลา เร้ดแนปป์ ยังยอมรับเลยครับ ว่าเป็นเรื่องยากสำหรับ คิง เพราะ คิง แทบไม่ได้ซ้อมเลย เพราะมีอาการบาดเจ็บเรื้อรัง บางที ก็ได้ซ้อม วันศุกร์ แค่วันเดียว หรือ บางครั้ง ก็คือ การได้ลงเล่นสุดสัปดาห์ แบบไม่ต้องซ้อมไปเลย

บางทีมันก็พอเอาอยู่ แต่ถ้าไปเจอกองหน้าเร็วๆ คล่อง เราจะเห็นว่า คิง แทบหมดสภาพ การประสานงานกับเพื่อนร่วมทีม เพราะการไม่ได้ซ้อมเลยทั้งสัปดาห์ อาจเป็นสาเหต ที่เราเสียประตูอยู่บ่อยๆ การยืนสังการ การสอดประสานในตำแหน่งแผงหลัง คือ สิ่งที่ต้องทำงานหนัก เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในสนามซ้อม ที่ คิง อยู่ได้ทุกวันนี้ คือ ชื่อเสียงและ บารมีเก่าๆของ คิง เท่านั้น ซ้อมก็ไม่ได้ซ้อม แต่ได้ลงเล่นตลอด

ผมว่านะครับ มันน่าจะถึงจุดที่ เร้ดแนปป์ ต้องตัดสินใจแล้วล่ะครับ ว่าจะต้องทำอย่างไร หากสภาพ คิง ไม่ไหว ก็ไม่ควรฝืน ไม่้ใช่ เล่นหนึ่งวัน พักไป หก วัน ที แบบนั้น จะส่งผลระยะยาวให้กับทีม

ส่วนกองหลังในทีม ที่เหลือ หากมองว่า โจนาธาน วู๊ดเกต ซึ่งก็มีอาการบาดเจ็บรบกวนๆพอๆกัน หรือ มองว่า ดอว์สัน ยังชั้นไม่ถึง ก็ควรที่จะหากองหลังคนใหม่มาเสริมทีมสักคนในช่วงเปิดตลาดปีใหม่

ส่วน เล็ดลีย์ คิง ถ้าไม่ไหวจริงๆ ผมว่า ถึงเวลาที่จะลงบัลลังก์แล้วปล่อยให่คนอื่นที่พร้อมเข้ามาทำเพื่อทีมจะดีกว่า ถึงแม้จะจากไปด้วยคราบน้ำตา แต่ก็ดีกว่าเป็นภาระให้กับทีม..

วันอาทิตย์ที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

โกเบสต์

ชนะสักทีหลังจากสองนัดหลังโชว์ฟอร์มห่วยพ่ายสโต๊ค และ ไอ้เน่ามายับ เกมนี้การคว้าสามคะแนนได้ ทำให้โมเมนตัมของทีมเริ่มกลับมาดีอีกครั้ง

สำหรับเกมนี้ลุงจ่ามาแปลก ใช้กองหน้าสามคนลงเล่นพร้อมกันแต่ คีน เล่นต่ำเหมือนตัวรุก คอยทำเกมยืนอยู่หลังคู่กองหน้า ถ้ามองง่ายๆ ก็คือทีมเราเล่นในระบบ 4-3-1-2

11 ผู้เล่นตัวจริงนัดนี้ ประกอบด้วย โกเมส เป็นผู้รักษาประตู กองหลัง มี ชอร์ลูก้า ทางขวา ทางซ้าย เป็น เอก๊อตโต้ ประจำการ เซ็นเตอร์ฮาฟ ใช้กองหลังตัวเจ็บ อย่าง เล็ดลีย ์ คิง และ โจนาธาน วู๊ดเกต ยืนคู่กัน หลังจาก บาสซง เจ็บยาว

กองกลาง สามคน มี ไอ้โจ้ ฮัดเดิ้ลสตัน และ ปาลาซิออส ส่วนกองหน้า มี คีน ,เดโฟ และเคร้าช์ ลงเล่นพร้อมกัน โดยในเกมนี้ มี ฟาบิโอ คาเปลโล่ มาดูเกมอยู่ด้วย

ในช่วงแรก ซันเดอร์แลนด์ เล่นได้ดีมากๆ นักเตะเก่าๆ ของทีมเราที่ได้ลงเล่นในนัดนี้ดูตั้งอกตั้งใจ เป็นพิเศษ โดยเฉพาะ ไอ้สากเบนท์ ส่วนอดีตผู้เล่นทีมเราที่ลงเล่นในทีมแมวดำประกอบ ด้วย สตีฟ มัลบลองค์ แอนดี้ รีด และ เฟรเซอร์ แคมเบลล์

กองกลางของซันเดอร์แลนด์ ไล่บีบ เพรซซิ่ง จนทีมเราทำอะไรไม่ถนัด แต่ก็โชคดีที่มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนแบบมีโชคนิดๆ เมื่อ เอก๊อตโต้ ครอสบอลจาก ทางซ้าย เคร้าช์ โหม่งชงมาเข้าทาง คีน ยิงไปติด เคร็ก กอร์ดอน ผู้รักษาประตู แต่บอลมาเข้าทาง คีน ซ้ำเข้าไป ทีมเรานำไปก่อน 1-0

พอเสียประตู ซันเดอร์แลนด์ ก็พยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่ทีมเราเพื่อทำประตูตีเสมอให้ได้ โดยเกมนี้ ซันเดอร์แลนด์ ใช้ความเร็วของกองหน้าป่วนจนกองหลังทีมเรารวนไปหมด

ทีมเราเกือบเสียจุดโทษ เมื่อมีจังหวะหลุดเดี่ยวของ เบนท์ ทำให้ โกเมส ออกมาปัดบอลแถมโดน เบนท์ คว่ำในจุดโทษ แต่กรรมการ ไม่ว่าอะไร ทำให้ทีมเรารอดตัวไป

ซันเดอร์แลนด์ บุกหนักใส่เราเป็นระลอก ทั้งจากการยิงไกลของ แอนดี้ รีด ที่บอลเกือบเข้าประตู โชคดีที่ชนคาน ทีมเราเเลยรอดตัวไป

จากนั้น ชอร์ลูก้า ก็เกือบพลาดอีก เมื่อโหม่งคืนหลังไม่ได้ บอลไปเข้าตีน ริชาร์ดสัน แต่โกเมส เซฟเอาไว้ได้ เกมในครึ่งแรก ต้องบอกว่าโชคดีที่ทีมเรายีงรักษาสกอร์เอาไว้ได้

พอครึ่งหลังเกมเราก็ไม่ดีขึ้น โดนบุกหนักเป็นชุด กองหลังเราโดน ไอ้ เบนท์ ป่วนตลอดทั้งเกม เกมนี้ผมมองว่า คิง ดูดร๊อปไปเยอะ ทั้งจังหวะการตัดบอล และความเร็วที่หายไป กองหลังคนอื่นก็เล่นได้ไม่ดี โดยเฉพาะ ชอร์ลูก้า ที่ดูหลุดๆ ชอบกล

ส่วนกองหน้า ก็แทบไม่มบทบาทกับเกม คีน หลังจากยิงประตูได้ ก็เหมือนหายไปจากเกม ทำเกมไม่ได้เลย กองหน้าทีมเราก็แทบจะไมไ่ด้บอลสวยๆเลย การขาดใช้แทคติก ผมว่า ไม่น่าจะเวิร์คสักเท่าไหร่ เพราะไม่มีกองกลางตัวรุกโดยธรรมชาติเลยสักคน

เพราะกองกลางสามคนที่มีอยู่ เป็นพวกตัวรับซะมากกว่า เจ้า ปาลาซิออส เนี่ยช่วงหลังก็ชอบโชว์ออฟ ไปหน่อย ชอบทำลูกง่ายๆ ให้กลายเป็นลูกยาก มีลูกนึงทำเท่ จะตอกส้นให้เพื่อน แต่พลาดไปเข้าทางผู้เล่นซันเดอร์แลนด์ ดีที่

ส่วน ไอ้โจ้ ก็เล่นดีนะครับ ดูมีส่วนร่วมกับเกมดี แต่จังหวะที่ทีมต้องการลูกจ่ายสวยๆ แทบไม่มีให้เห็น นอกจากจ่ายบอล ขวางสนามไปมา มีสองลูกที่ผมจำติดตา เห็นมันหลุดไปเกือบหน้าประตูซันเดอร์แลนด์แล้ว แต่ยึกๆยัก ไม่จ่ายให้เพือน จนเสียของไป ไม่รู้ว่า จะตั้งใจโชว์ คาเปลโล่มากไปหรือเปล่าเลยทำให้ทีมพลาดโอกาสแบบหน้าเสียดาย

สำหรับจุดเปลี่ยนในเกมนี้ คงต้องยกให้จังหวะหลุดเดี่ยวไปในเขตโทษ ของ เบนท์ ทำให้โกเมส ต้องออกตัดบอลอีกแล้ว ซึ่่งผมดูภาพช้ากี่ครั้ง ผมก็ว่าไม่โดนตัว ไอ้สากเบนท์ แม้แต่น้อย ลูกนี้มันพุ่งชัดๆ แต่กรรมการให้จุดโทษ พร้อมแจกใบเหลือง โกเมส

แต่โชคเป็นของ เราที่ ไอ้เบนท์ ตัดสินใจยิงเอง แต่ยิงไม่ดี โกเมส พุ่งปัดไว้ได้ ท่ามกลางความสะใจของแฟนบอล หลังจากนั้น เวลาไอ้หมอนี่ได้บอล ก็โดนโห่ตลอดทั้งเกม

หลังจากพลาดโอกาสตีเสมอ ซันเดอร์แลนด์ ก็ยังบุกเป็นชุด แต่ โกเมส โชว์ฟอร์มซุปเปอร์เซฟเป็นว่าเล่น จนลุงจ่าแก้เกมหลังจากดูว่า เล็ดลีย์ คิง ดูท่าจะไม่ไหว เลยส่ง ดอว์สัน ลงมาเล่นแทน จากนั้น ก็เปลี่ยน ครันชาร์ ลงมาสร้างสรรค์เกม แทน คีน ที่ตอนโดนเปลี่ยนออก ดูเซ็งๆ นิดหน่อย

พอได้โอกาสลงสนาม ครันชาร์ ก็ทำให้เกมเรามีชีวิตชีวามากขึ้น ลงมาเชื่อมเกมระหว่าง กองกลางและกองหน้า ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ ซันเดอร์แลนด์ พยายามตีเสมอให้ได้

มีจังหวะนึง เดโฟ เล่นนอกเกมอีกแล้ว จากจังหวะหลุดไในกรอบเขตโทษ กอร์ดอน ออกมาตัดบอล แต่ เดโฟ เจตนา เล่นนอกเกม มีลูกแถมติดปลายเท้าจน กอร์ดอน ลงไปนอน บอลขลุกขลิกไปมา ไป เข้าทาง ทอมมี่ ลองยิงไกล ดีที่บอล แฉลบ กองหลัง ซันเดอร์แลนด์ ออกไป เพราะหากเป็นประตู ทีมเราคงโดนประณาม เรื่อง สปิริต เป็นแน่ เพราะเวลานั้น กอร์ดอนก็นอนเจ็บอยู่

แต่ทีมเราก็มาได้ประตูที่สอง ช่วยตอกฝาโลง จากจังหวะ ที่ เดโฟ ใช้ ความสามารถเฉพาะตัว ครองบอล โยกหลอกไปมา และผ่านบอลมาหน้ากรอบเขตโทษ ทอมมี่ วิ่งมาซัด บอลพุ่งเสียบคานเข้าไปอย่างสวยงาม ทีมเรานำห่าง 2-0

หลังจากนั้น ทีมเราก็เล่นได้ง่ายขึ้น เริ่มเก็บบอล และครองบอลได้ดีกว่าเดิม จบเกมชนะไป 2-0 ซึ่งเกมนี้ต้องยกให้ โกเมส เป็นฮีโร่ จริง เพราะช่วยทีมเซฟอุตลุต ไม่งั้นทีมเราแพ้คาบ้านไปแล้ว

การชนะในนัดนี้ ช่วยให้ืีทีมผ่านพ้นช่วงหายนะมาได้ เพราะหากเกมนี้แพ้ สถานการณ์และขวัญกำลังใจของทีมคงไม่ดีเท่าไหร่ เสาร์หน้า จะพักเบรคทีมชาติ ส่วนนัดถัดไปมีโปรแกมเจอ วีแกน ซึ่งก็หวังว่าทีมเราจะเก็บชัยชนะได้
หากยังหวังเป้าหมายบิ๊กโฟร์ ก็ต้องพยายามเก็บคะแนนให้ได้ แพ้ืีทีมใหญ่ก็ช่างมัน แต่กับทีมเล็กและระดับเดียวกันต้องทำให้ได้ เพราะยังไงก็สามคะแนนเท่ากัน แต่ถึงไม่ติดท๊อปโฟร์ ได้ที่ห้า ก็ดีใจตายห่าแล้ว...

วันเสาร์ที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

จิตหลุด

ช้ำครับ ช้ำแบบสุุดๆ สำหรับทีมเรา จาก ไก่เดือยทอง กลายเป็นไก่เดือยกุด สะบักสะบอมกลับบ้านแบบสุดอุบาทว์

ก่อนเกม ร็อบบี้ คีน เชื่อมั่นว่านักเตะในทีมเราไม่ได้ด้อยไปกว่า ไอ้เน่า หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็เห็นๆกันอยู่ว่า ทีมเราสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

พูดกันแบบบ้านๆ คือ บอลคนละตีน ไม่มีอะไรที่เราจะเหนือกว่า ไอ้เน่าเลย ความสามารถเฉพาะตัว ระบบการเล่น การเล่นที่ไหลลื่นเนียนตา นักเตะเรายังห่างชั้นกับพวกไอ้เน่าหลายขุม

สำหรับเกมนี้ 11 ผู้เล่นของเรา ลุงจ่าจัดทัพเหมือนจะใช้ 4-5-1 โดยอัดกลาง เข้าไป สามตัว มี ไอ้โจ้ ฮัดเดิ้ลสตัน และ ปาลาซิออส คอยแพ็คเกมตรงกลางให้แน่น ริมเส้นฝั่งขวา เป็น เบนท์ลีย์ ส่วน คีน คอย ลงมาช่วย เกมตรงกลางฝั่งซ้ายในเวลารับ

เวลารุก ก็ค่อยเติมเกมขึ้นไป โดย ห้อย เคร้าช์ ไว้ คนเดียว ส่วน แผงหลัง มี เล็ดลีย์ คิง กลับมายืนประจำการ นอกนั้น เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น บาสซง เอก๊อตโต้ และ ชอร์ลูก้า ส่วนผู้รักษาประตู โกเมส ลงเฝ้าเสา

เกมนี้ทีมเรามาเน้นตั้งรับ คอยหาจังหวะสวนกลับ ซึ่งในช่วงแรกก็ทำได้ดี นักเตะช่วยกันวิ่งช่วยกันไล่ ตั้งรับกันได้อย่างเหนียวแน่น แต่เกมรุก กองกลางของ ทีมเรา ซึ่งอัดกันถึง 5 คน ไม่ได้ครองเกมหรือทำอะไรได้มากกว่าเงยหน้ามองหา ปีเตอร์ เคร้าช์ แล้วก็สาดบอลยาวไปให้ เคร้าช์ เท่านั้นเอง

เกมนี้ เบนท์ลีย์ ก็พยายามอย่างมากทางฝ่งขวา แต่ด้วยการร้างสนามไปนานและโดน โห่ กดดันทั้งเกม ก็ทำให้เล่นได้ยาก และ เกือบโดนใบเหลืองถึงสองครั้ง จากจังวะแฮนด์บอลและ ไล่เสียบนักเตะไอ้เน่า แต่กรรมการยังใจดี ไม่โดนอะไรเลย

ส่วน ทอมมี่ ในเกมนี้ เล่นบอลช้า พยายามครองบอลนานตลอดเวลา จนเืกือบทำให้ทีมเสียจังหวะไปหมด นักเตะไอ้เน่า เล่นบอล แทบจะทุกพื้นที่ของสนาม ค่อยๆ ครองบอล ต่อบอล แต่จังหวะจบเกมยังทำได้ไม่ดีพอ

จนมาได้ประตูจากจังหวะเสียสมาธิของนักเตะทีมเรา ดูเหมือนว่าจังหวะนั้น ไม่น่าจะมีอะไร จากลูกทุ่มข้างสนาม แต่นักเตะีทีมเราดูเหมือนจิตหลุดไปซะงั้น บอลครอสจากด้านข้างเข้าไป ฟาน เพอร์ซี่ เบียด คิง จิ้มเข้าประตูง่ายๆ พอเสียประตูแรก ประตูต่อมาก็ตามติดชนิดกำลังดูรีเพลยลูกแรกอยู่ดีๆ กล้องตัดกลับมาเสียประตูทีี่สองไปอีกแล้ว โครตเซ็งเลยครับ

เป็นความผิดพลาดแบบน่าตบกระโหลกมากๆ สำหรับ ปาลาซิออส จังหวะเขี่ยบอล จากกลางสนาม บอลมาที่ ทอมมี่ แปะต่อให้ ปาลาซิออส พอได้บอล ก็จะจ่ายยัดขึ้นหน้า แต่โดน ฟราเบรกาส ตัดบอล ได้ ลากไปยิงจากครึ่งสนามอย่างเหนือชั้น แหวกกองหลังเราโดยที่กองหลัง เรายืนอึ้งกันไปหมด จนเสียสองประตูในเวลาไม่ถึงนาที

เกมนี้จะว่า ปาลาซิออส ก็เล่นได้ดีมากๆ การตัดเกม การดึงจังหวะ ปล่อยบอล ทำได้ดี แต่ลูกที่จ่ายบอลพลาดแล้วเสียประตู เนี่ยมันทุเรศคาตา พอเสียสองประตูไป การจะกลับเข้าสู่เกมก็ยากขึ้นสำหรับทีมเรา

พอครึ่งหลัง ลุงจ่า แกก็แก้เกมแบบงง ๆโยก เบนท์ลีย์ มายืนทางซ้าย ดัน คีน ขึ้นสูง คู่เคร้าช์ ไอ้โจ้ ยืนเยื้องมาทางขวา เล่นเหมือน 4-4-2 แต่เกมก็ไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ เกือบโดนอีก จากจังหวะหลุดของ ฟานเพอร์ซี เิปิดไปหน้าประตูแต่ไม่ใครชาร์จ และอีกครั้งจากจังหวะ เช็คล้ำหน้าพลาด จน เอดูอาร์โ้ด้ หลุดไปยิง แต่ใจร้อน ยิงหลุดกรอบไป ทั้งที่ เหลือ โกเมส แค่คนเดียว

เกมเราก็ยังไม่ดีขึ้น เกมนี้ เบนท์ีลีย์ และไอ้โจ้ พยายามได้ดี ปกติ ผมไม่ค่อยชมไอ้โจ้ เกมนี้ เห็นความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ของมัน เลยต้องชมมันหน่อย ปกติ มันจะยืนเท้าสะเอวดูเพือนไล่บอล แต่เกมนี้ มันวิ่งพล่านไปเรื่อย จนต้องชมมันนิดนึง

เล่นไปไม่ดีขึ้น ลุงจ่าแกเลยถอด ทอมมี่ ออก แล้วส่ง เบล ลงมาเล่นปีกซ้าย โยก เบท์ลีย์ กลับมาเล่นขวาเหมือนเดิม แต่รูปเกมยังเหมือนเดิม คือ ทีมเราเล่นบอลยาว มุ่งไปหา เคร้าช์ตลอดเวลา

ซึ่งก็ต้องยอมรับ ว่า เคร้าช์ ทำดีที่สุดแล้ว เคร้าช์ ไม่ใช่ซุปเปอร์แมน ที่จะทำอะไรได้มากกว่านี้ เคร้าช์ ไม่ใช่ ดร๊อกบา หรือ ตอร์เรส ที่ชี้เป็นชี้ตายให้ทีมได้

เคร้าช์ แค่เก็บบอล หรือ โหม่งชงให้เพื่อนได้ ก็ถือว่าโอเคแล้วส ลุงจ่า อุตสาห์ ส่งปีก ที่ครอสบอลลงมาทั้งสองข้าง แต่ไม่ใช้งานอย่างเต็มที่ มัวแค่เน้นเปิดบอลยาวจากตรงกลางแทนที่จะเน้นให้ ไปให้สุดเส้นหลังแล้วเปิดบอลไปจุดนัดพบในกรอบเขตโทษ ทีมเราน่าจะลุ้นมากกว่า ครอสตั้งแต่กลางสนามอย่างที่เห็น

การขาดตัวทะลุทะลวงอย่าง เลนน่อน และ โมดริช ไป ทีมเราเลยไม่มีอาวุธอย่างอื่น นอกจากบอลยาว หรือลูกทีเด็ดอย่างการจ่ายบอลทะลุช่อง ที่เกมนี้ ก็มีโอกาส สวยๆ 2 -3 ครั้ง ที่เล่นในลักษณะนี้ แต่ลุงจ่าก็ไม่เน้น จนทำให้จุดเด่นตรงนี้หายไป หากเน้นบอลพื้นและจังหวะจ่ายทะลุช่อง ทีมเราคงมีโอกาสได้ประตูบ้าง

เล่นไปสักพัก ทีมเราก็มาเสียประตูที่สาม แบบโง่ๆ อีกแล้ว จากจังหวะขึ้นบอลทางซ้ายของ ไอ้เน่า เอก๊อตโต้ ไปอัด ฟราเบรกาส จนลงไปกอง แต่กรรมการให้เล่นต่อในจังหวะต่อเนื่อง นักเตะทีมเราก็ชะงักกันไปพักนึง บอลมันเลยไหลไปเข้าทาง ซานญ่า ได้บอล เปิดเข้ามาตรงกลาง บอลแฉลบ คิง ไปเข้าทาง ฟาน เพอร์ซี่ เข้าประตูแบบง่ายๆ ไอ้เน่านำห่าง 3-0

จะเห็นว่าทั้งสามประตูที่ทีมเราเสีย มาจากการที่นักเตะขาดสมาธิทั้งนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเหตการณ์แบบนี้ได้ และทั้งสองลูกพวกกองหลัง โดยเฉพาะ เอก๊อตโต้ และ คิง น่าจะรับไปเต็มๆ ที่เจอบอล ครอส ด้านข้างแบเดิมๆ

พอเล่นไปสักพัก คีน อาการไม่ค่อยดี ลุงจ่า เลยเปลี่ยน พลาฟิวเชนโก้ ลงมาแทน จนท้ายเกม ก็เปลี่ยนตัวนักเตะแบบงงๆ อีกแล้ว ถอด ชอร์ูลูก้า ออก แล้ว ส่ง อลัน ฮัตตัน ลงมาแทน ขณะตามหลัง 3-0

ไม่เข้าใจเหือนกันว่าเปลี่ยนเพื่ออะไร คือจะบอกว่าก่อนหน้านั้น ชอร์ลูก่า โดนอัด จนเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ก็ไม่น่าใช่ เพราะดูแล้วก็ยังเลนต่อได้ ตอนโดนเปล่ยนออกเจ้าตัวเองยังงงๆ อยู่เลย

คือผมไม่เข้าใจอ่ะครับ ถ้ามองว่า ชอร์ลูก้า เจ็บจริงๆ ก็น่าจะแก้เกมได้ดีกว่านี้ สู้ ส่ง ครันชาร์ ลงมา หรือ เอาดอว์สัน ไปยืนหน้าไว้ โหม่งเลย จะดีกว่ามั๊ย ไหนๆ ก็ไหนแล้ว แพ้กี่ลูก ก็แพ้เหมือนกัน ส่ง ฮัตตัน มาแทน ชอร์ลูก้า แบบไม่ได้ลุ้นอะไรเลย แถม ตอนทดเจ็บ บาสซง ก็เจ็บอีก

จากจังหวะไล่กวดบอล นักเตะไอ้เน่า วิ่งๆไป กล้ามเนื้อคงมีปัญหา จนต้องลงไปนอนกองบนพื้น ดีที่เป็นเวลาทดเจ็บแล้ว หากเวลาเหลือมากกว่านี้ ทีมเราก็เปลี่ยนตัวไม่ได้อีกแล้วเหมือนในนัดที่แล้วเลย งานนี้เลยรอดตัวไป

จบเกมแพ้ไป 3-0 แบบสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง และการแก้เกมแบบงงๆ ของลุงจ่า การขาดหายไปของนักเตะตัวหลักๆ เริ่มสงผลกระทบต่อทีมเราแล้ว ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้นักเตะหลักๆหายกลับมาสักที ไม่เช่นนั้น ผลงานของทีมคงสาละวันเตี้ยลงไปทุกที...เซ็งว๊อยยย

วันพุธที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ขออภัย

ขออภัยที่หายหัวไปไม่ได้บอกไม่ได้กล่าว ขออนุญาติหยุดเขียนอีกสัก 3-4 วันนะครับ งานยุ่งมากๆ จนไม่มีเวลาเลย

เนื่องจากตอนนี้ที่ บริษัทผมกำลังวุ่นเรื่องลิขสิทธิ์ ของซอฟแวร์ ผมหน้ามืดมาเกือบ สองอาทิตย์แล้ว เหนื่อยมากๆ ถ้าเสร็จภารกิจนี้แล้ว จะกลับมาเขียนนะให้อ่านอีกครั้ง หวังว่ายังมีคนอ่านบล๊อกผมอยู่นะ

ธานคับ

วันเสาร์ที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

สนิมเกาะ

งานเลี้ยงรุ่นของทั้งสองทีมจบลงไปแบบใบแดงปลิวว่อนถึงสองใบ ไม่ว่าจะเป็น เจอเมนน์ เดโฟ หรือ ไมเคิ่ล บราวน์ ที่โดนไล่ออกไปทั้งคู่ และทีมเราต้องเล่น 10 คนเกือบครึ่งชั่วโมง ทำให้ลุ้นเอาใจหายไปเหมือนกัน

เกมนี้ทีมเราเปลี่ยนแปลงผู้เล่นสองตำแหน่ง คือ ผู้รักษาประตูที่ ลุงจ่า เลือก โกเมส ลงสนามแทนคูดิชินี่ และโยก ฮัดเดิ้ลสตัน กลับมายืนกลางคู่ไอ้โจ้ ส่วน ปาลาซิออส นั่งข้างสนาม เนื่องจากสภาพร่างกายยังไม่ฟิต เพราะพึ่งเดินทางกลับจาก ฮอนดูรัส มา

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเบรคนานเกินไปหรือเปล่า ทีมเราเล่นบอลกันไม่เป็นสับปะรดเลยในวันนี้ เกมนี้เล่นได้ห่วยแตกกันมากๆ ผมลองนั่งนึกดูว่าเกมนี้ใครเล่นดีที่สุด แต่ก็นึกไม่ออกสักคนเพราะแต่ละคนฟอร์มหลุดกันทั้งนั้น

เกมในช่วงแรก ทีมเราก็แทบจะเซตเกมไม่ได้เลย บอลมั่วไปมั่วมา เพียงแต่ในช่วงแรกมีโอกาสฉาบฉวย จากการยิงของ เดโฟ ที่มีโอกาสเจ๋งๆ สองครั้ง ครั้งแรกลากจากครึ่งสนามหลุดไปยิงตรงตัว เดวิด เจมส์ ส่วนอีกครั้งจากบอลทะลุช่องของ ทอมมี่ แ่ต่ยิงไปชนเสา

ส่วน พอร์ธสมัธ ใช้ เควิน พรินซ์ บัวเต็ง เป็นตัวเดินเกมรุก ที่วันนี้ถือว่าเล่นได้เด่นมาก และใช้ อารูน่า ดินดาน เป็นตัวป่วนในแดนหน้า ซึ่งก็สร้างความปั่นป่วนได้ดี เพียงแต่จังหวะยิงยังไม่คมเท่านั้น โดยเฉพาะลูกเข้าฮอสจ่อๆ แต่ดันแปข้ามคานไปได้

การขาด ปาลาซิออส ไป ทำให้เกมตรงกลางเราดูยวบไปถนัดตา บอลทะลุถึงแดนหลังเร็วมาก เนื่องจากไม่ตัวสกรีนบอล คอยดีเลย์เกมเร็วของพอร์ธสมัธ ทำให้ทีมเราโดนบุกเป็นระลอก แต่ทีมเราโชคดีที่มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะเตะมุม เล็ดลีย์ คิง โหม่งเข้าไป ทีมเราขึ้นนำไปก่อน 0-1

หลังจากนั้นก็็มาได้ประตูที่สองก่อนหมดครึ่งแรก ลูกนี้ต้องชมไอ้โจ้ ที่ทำเกมจากกลางสนาม ทำชิ่งและหลุดไปเปิดบอลให้ เดโฟ ยิงเข้าไปอย่างสวยงาม ทีมเรานำห่าง 0-2 แต่รูปเกมไม่ได้ดีกว่าเท่าไหร่

ในครึ่งหลัง พอร์ธสมัธ โหมบุกมากขึ้น ทีมเราก็ยังดูเล่นไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม กองหน้า อย่าง คีน แทบไม่มีบทบาท จนโดน เปลี่ยนออก ในนาที 55 ก่อนที่ เคร้าช์ จะลงมาแทน ส่วน เลนน่อน ก็โดนบล๊อคทำให้เ่ล่นไม่ถนัดเท่าไหร่ ทีมเราก็เกือบเสียประตู แตโกเมส ก็โชว์ฟอร์มเซฟไปสองสามครั้ง

พูดถึง โกเมส ต้องบอกว่าเห็นแล้วเหนื่อยครับ จังหวะเซฟ ช่วยทีมได้ก็จริง แต่ความนิ่งไม่มีเอาซะเลย หลายๆครั้ง ที่เล่นบอล แล้วไม่เข้าใจกับแผงหลัง หรือการออกมาตัดบอลบางจังหวะ ไม่ได้สร้างความมั่นใจให้เพื่อร่วมทีมเอาซะเลย ผมว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการเรียกฟอร์มกลับมา

ูรูปเกมในครึ่งหลัง พอร์ธสมัธ พยายามบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อยิงประตูคืนให้ได้ บุก ซ้ายที ขวาที ทีมเราเกือบโดนจากจังหวะการยิงของดินดาน ดีที่พลาดออกข้างไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ความพยายามของ พอร์ธสมัธ ก็มาสำเร็จจากการพลาดของ บาสซง และเอก๊อตโต้ ที่ชนกันเอง บอลไปเข้าทาง พอร์ธสมัธ โยนมาเสาสอง บัวเต็ง ยิงอัดมุมแคบเข้าไป 1-2 พอร์ธสมัธ ไล่ตามมาท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนๆเจ้าบ้าน

จากนั้นพอร์ธสมัธ ก็เหมือนบอลได้ใจ และทีมเราต้องมาเหลือ 10 คน เมื่อ เดโฟ เล่นนอกเกมแบบโง่ๆ ด้วยการไปย่ำใส่โมโอเคน่า โดนไปแดงไปตามระเบียบ พอเหลือ 10 คนทีมเราก็แทบรอตั้งรับอย่างเดียว จากนั้น ลุงจ่าแ้ก้เกมด้วยการส่ง ปาลาซิออส ลงมาแทน ครันชาร์ เพื่อแพ็คเกมให้แน่นขึ้น

จากนั้นช่วงท้ายเกมก็ส่ง ดอว์สัน ลงมา แทน ฮัดเดิ้ลสตัน เพื่อเน้นเกมรับ ในช่วงนาทีสุดท้ายก่อทดเวลา ทีมเรามีโอกาสได้ประตู จากจังหวะหลุดเดี่ยงของ เลนน่อน ทางซ้าย หลุดไปยิงออกอย่างน่าเสียดาย จบเกมทีมเราชนะไป 1-2 แบบไม่น่าประทับใจ

เกมนี้ต้องบอกตรงๆครับว่าทีมเราเล่นกันไม่ดีเลย บอลเปาะแปะ ไปมา การไม่มี ปาลาซิออส ในแดนกลางทำให้ ลูกหนักของเราขาดหายไป เกมรุกก็เซตบอลกันไม่ได้ ลุงจ่าคต้องปรับแก้กันอีกหลายจุด หลังจากพักไปนาน ทำให้ฟอรมการเล่นที่กำลังดี ดูดร๊อปไปอย่างเห็นได้ชัด

ที่สำคัญคงต้องเน้นนักเตะในทีมเราเรื่องระเบียบวินัยและการควบคุมอารมณ์ อย่างการโดนใบแดงของ เดดฟ นั้น ไม่จำเป็นต้องเลนแบบนั้นเลย ส่วน เอก๊อตโต้ จังหวะโดนใบเหลือง ก็ไม่น่าทำ เพราะยังไงทีมเราก็ได้ฟาลว์อยู่แล้ว ถึงแม้ ไมเคิล บราวน์ จะัยั่วแค่ไหน ก็ไม่น่าตบะแตกจนโดนใบเหลืองไปด้วย ลุงจ่าต้องเน้นจุดนี้ให้มาก

ส่วนเกมนี้ อย่างน้อยก็ได้สามคะแนนกลับบ้าน ถึงแม้จะไม่ประทับใจ แต่ก็ยังทำใหทีมรั้งอันดับ 3 มี 19 คะแนนหลังจากแข่งไป 9 นัด เกมหน้าเจอ สโต๊ค หวังว่าจะทำได้ดีกว่านี้....

วันศุกร์ที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

คุย คุ้ย เขี่ย ->ปอมปีย์ โดน ไก่จิก


หลังจากหยุดโซ๊ยแข้งไปนาน เสาร์นี้ได้คิวกลับมาอีกครั้ง สำหรับทีมเรามีโปรแกรมไปเยือน พอร์ธสมัธ โดยขณะนี้ทีมเรารั้งอันดับ 3 มี 16 คะแนนหลังจากแข่งไป 8 นัด ขณะที่ พอร์ธสมัธ อมบ๊วย พึ่งชนะไปแค่นัดเดียว

สภาพความพร้อมของทีม
ตอนนี้ทีมเรามีข่าวดีคือ กองหลังตัวหลักทะยอยหายเจ็บกลับมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ไม่เคิ่ล ดอว์สัน เล็ดลีย์ คิง และล่าสุดโจนาธาน วู๊ดเกต ก็กลับมาซ้อมเต็มรูปแบบได้แล้ว ทำให้ตอนนี้สภาพทีมเราปึ๊กสุดขีด

โดย 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะได้สนาม ผู้รักษาประตู โกเมส ยังคงต้องนั่งรอไปก่อน คาดว่า คูดิชินี่ จะได้รับโอกาสต่อไป แผงหลัง น่ายืนพื้นชุดเดิม มี ชอร์ลูก้า ทางขวา เอก๊อตโต้ ทางซ้าย เซ็นเตอร์ฮาฟ บาสซง น่าจะได้รับโอกาส ยืนคู่กับ เล็ดลีย์ คิง ที่กลับมาประจำการอีกครั้ง

ส่วนกองกลาง เลนน่อน ลงลากเลื้อยทางขวาแน่นอน ทางซ้าย ยังเป็น ครันชาร์ โดยมิดฟิลด์คู่กลางต้องดูว่าลุงจ่าจะเลือกใครยืนคู่กับ ปาลาซิออส แต่ผมมองว่า ลุงจ่าน่าจะเลือก ทอมมี่ มากกว่า ไอ้โจ้ ส่วนกองหน้าคงใช้หัวหอกความเร็วสูง อย่าง เดโฟ และ ร็อบบี้ คีน ลงเล่นคู่กัน ส่วน เคร้าช์ เก็บไว้เป็นทีเด็ดในครึ่งหลัง
ผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนาม
วิเคราะห์เกม
ไม่ง่ายสำหรับการไปเยือนทีมที่กำลังลำบาก ถึงแม้ฟอร์มของ พอร์ธสมัธ จะห่วยแต กชนะแค่ นัดเดียวจาก 8 นัด นั่นก็คือการเอาชนะ วูล์ฟแฮมตันไปในนัดล่าสุดเท่านั้น แต่กลายได้พัก และกลับมาอีกครั้ง พอล ฮาร์ ท ผู้จัดการทีม คงหากทางแก้ไขปัญาของทีมไปบ้างแล้ว และนัดนี้กลายเป็นเกม รี-ยูเนี่ยน ของนักเตะทั้งสองทีม ที่ย้ายสลับกันไปมาจนเดินชนกันแทบหัวแตก

นัดนี้ทีมเราคงต้องเน้นเกมบุกสไตล์รวดเร็ว เนื่องจาก พอร์ธสมัธ มีปัญหาในแผงหลังที่ค่อนข้างช้า ดังนั้น เกมนี้ เลนน่อน และเดโฟ จะใช้ความเร็วในการเปิดพื้นที่และ ใช้ คีน เป็นตัวส่ายหาช่อง ซึ่งน่าจะทำให้แผงหลังของ พอร์ธสมัธ รวนไปบ้้าง

แต่สิ่งที่ควรระวังคืออาการผีเข้าของ เดวิด เจมส์ หากเกมนี้ เจมส์ ผีเข้า ทีมเราคงพบงานหนัก แต่หากฟอร์มหลุดทีมเราคงเล่นได้ง่ายขึ้น ตัวทีเด็ดของ พอร์ธสมัธ ที่น่ากลัว เควิน พริ้นซ์ บัวเต็ง อดีดเด็กเก่าเรา ที่ฟอร์มกำลังดีกับ พอร์ธสมัธ ต้องระัวังเอาไว้ให้ดี
ฟันธง
ไม่น่าจะยากสำหรับทีมเราหากไม่ประมาท งานนี้ชนะขาด 0-3 คีน , เดโฟ และ ทอม จะยิงคนละหนึ่งประตู

วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

เมื่อบอลโลกไม่้มีโครแอต

ถือเป็นข่าวดีท่ามกลางข่าวร้าย สำหรับการพลาดโอกาสไปฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ เนื่องจากพลาดโควต้าอันดับ 2 ที่ได้สิทธิ์ไปเพลย์ออฟให้กับ ยูเครนไป

น่าเสียดายที่เราอดดูฝีเท้าของทีมชาติ โครเอเชีย ที่มีนักเตะดีๆหลายคน รวมถึงนักเตะในสังกัดของทีมเราถึง 3 คน แต่ผมกลับมองว่าทีมเราได้ผลประโยชน์เต็มๆ สำหรับกการไม่ได้ไปบอลโกลในครั้งนี้

จริงอยู่การได้ไปเวิร์ดคัพ คือการสร้างกระดูกที่แข็งแกร่งและมีส่วนในการพัฒนาฝีเท้าไปอีกขั้นสำหรับนักเตะ เพราะระบบทัวร์นาเมนท์แบบนี้ ทุกเกมมีความหมายเสมอ

แต่ถ้าคิดแบบเห็นแก่ตัว ก็ต้องบอกว่าดีแล้ว ที่บอลโลกครั้งนี้ไม่มี ลูก้า โมดริช , นิโก้ ครันชาร์ และ เวดราน ชอร์ลูก้า นักเตะเหล่านีจะได้มีเวลาพักผ่อนเต็มที่และกลับมาซ้อมกับสโมสรในช่วงปรี-ซีซั่นได้ตามปกติ

และเราก็ไม่ต้องลุ้นว่านักเตะจะมีอาการบาดเจ็บหรือล้าจากบอลโลกกลับมาและจะกลายมาเป็นปัญหาในช่วงเปิดฤดูกาลปกติอีกหรือไม่

และถ้าหากนักเตะไปโชว์ฟอร์มเด่นได้เตะตาในบอลโลก ไอ้พวกทีมใหญ่ๆมันก็จะคอยมาเกาะแกะนักเตะของทีมเราอีก โดยเฉพาะ ลูก้า โมดริช ทีทีมยักษ์ใหญ่จับตามองกันอยู่ ดีแล้วครับที่อยู่ดูบอลโลกอยู่กับบ้านแบบนี้

ส่วนนักเตะคนอื่นในทีมเรา อย่าง เดโฟ หรือ เคร้าช์ นั้น สำหรับทีมชาติ พวกนี้ยังไม่ใช่ตัวหลักเท่าไหร่ โอกาสจะช้ำคงไม่เยอะ

ส่วน เลนน่อน หากฟอร์มยังแรงแบบนี้ไปเรื่อยๆ โอกาสที่จะลงเล่นในบอลโลกก็มีสูง และก็ืถือว่าน่าหนักใจไม่น้อยว่า เลนน่อน จะรักษาฟอร์มและสภาพความฟิตไว้ได้แค่ไหน หากต้องเล่นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ รวมถึงบอลโลก ในปีหน้า นักเตะหลายคนหลังจากกลับมาจากบอลโลก หมดสภาพมาแล้วหลายคน งานนี้ต้องลุ้นกันละครับ ว่าจะหนังชีวิตของ เลนน่อน จะจบแบบไหน

วันพุธที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

รวมฮิตไอ้พวกจูดาส

กลับมาอีกครั้งครับ หลังจากหายหัวไปหลายวัน เนื่องจากงานยุ่งมากๆครับ แทบไม่มีเวลาเลย แถมตอนนี้เป็นสัปดาห์ทีมชาติ ทำให้ไม่ค่อยมีประเด็นอะไรใหม่ๆมาเขียนเลย เลยนั่งเล่นๆคิดไปเรื่อย จนมาถึงหัวข้อของวันนี้กัน

นั่นก็คือกลุ่มนักเตะทีี่โดนเรียกขานกันว่าเป็น "จูดาส " หรือไอ้พวกนักเตะทรยศหน้าเงินทั้งหลาย โดยพวกที่อยู่ในกลุ่มนี้ ผมจะเน้นพวกที่ย้ายทีมเพราะเงินหรือเป็นเพราะมีสโมสรใหญ่ๆติดต่อมากกว่า

ส่วนพวกย้ายไปทีมรักแบบ ร็อบบี้ คีน เป็นข้อยกเว้นครับ ไปดูกันเลยว่ามีใครบ้าง เอาเท่าที่นึกออกนะครับ

อันดับ 1โซล "จูดาส" แคมเบลล์
ไม่ต้องพูดถึง ไอ้ส้นตรีน เอ้ยย ไอ้หมอนี่ แฟนไก่ร้อยละ 99.9999 ไม่มีทางให้อภัยมันเด็ดขาดกับสิ่งที่มันทำ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้ตัวเองหมดสัญญาลง แล้วรอย้ายทีมแบบฟรีๆตามกฏบอสแมน ก็น่าตบกบาลพออยู่แล้ว

แต่มันเสือกย้ายไปร่วมทีม ไอ่เน่า อริร่วมเมือง ทั้งๆที่มันก็เป็นเด็กฝึกหัดของทีมเรามาตั้งแแต่กระเจี้ยวยังเล็ก ถ้ามันย้ายไปร่วมทีมอื่นที่ไม่ใช่ไอ้เน่า แฟนสเปอร์ส อาจจะไม่เกลียดมันจนทุกวันนี้

อันดับ 2 เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์
"ไอ้หลามขาว " หนึ่งในฮีโร่ตลอดกาลของแฟนๆทีมตราไก่ แต่รอยจารึกที่สร้างไว้ ผมยังจำไม่ลืม ถึงแม้บางคนจะให้อภัยไปแล้วก็ตาม คลิ้นส์มันน์ ย้ายมาร่วมทีมเราหลังจากโชว์ฟอร์มเด่นในศึกฟุตบอลโลก ยูเอส '94 ถึงแม้หลายคนจะยังกังขาในความสามารถว่าจะเาอตัวรอดได้หรือไม่ในฟุตบอลอังกฤษ แต่ คลิ้นส์มันน์ ก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เค้าคือของจริง

ในช่วงนั้นทีมเราเต็มไปด้วยนักเตะระดับแม่เหล็กจากฟุตบอลโลก นอกจาก ฉลามขาวแล้ว ยังมี อีลี่ ดูมิเตสคู กองหน้าจากโรมาเนีย และเพื่อนร่วมชาติอย่าง จอร์จี้ โปเปสคู ผนึกกำลังกับ เท็ดดี้ เชอริงแฮม ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน รวมถึง นิคบาร์มบี้ ทำให้ทีมเรามีเกมรุกระดับพระกาฬ แต่แผงหลังก็ห่วยแตกบรม

ในช่วงนั้น คลิ้นส์มันน์ โชว์ฟอร์มยิงได้สะเด่า จนกลายเป็นหนึ่งนักเตะต่างชาติที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก แต่โชว์ฟอร์มได้แค่ฤดูกาลเดียว ก็ออกลายหน้าเงิน ขอย้ายออกจากทีมไปร่วมทีมเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค โดยใช้ขออ้างในสัญญา หนีไปหน้าตาเฉย

จน อลัน ชูการ์ทนไม่ไหว ประกาศเอาเสื้อไปเช็ดรถออกจอทีวีมาแล้ว ถึงแม้จะย้ายกลับมาช่วยทีมหนีตายในสมัย คริสเตียน โกร์ส แต่ผมก็ไม่ให้อภัยมันเช่นกัน

อันดับ 3 ดิมิทาร์ "จูดาสที่ 2" เบอร์บาตอฟ
ไอ้เบิร์บ เคยเป็นนักเตะที่ผมนิยมชมชอบมากที่สุดคนนึง ด้วยทักษะและการเล่นบอลที่ดูเพลินตาเพลินใจ เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของสโมสร และเล่นคู่กับร็อบบี้ คีน จนทำให้เกมรุกของทีมเราน่ากลัวทีมนึงในพรีเมียร์ลีก

แต่แล้วมันก็ทำให้ผมเกลียดมันเข้าไส้ เมื่อ กระสือแดง ติดต่อเข้ามา มันก็ระริกระรี้ อยากขอย้ายทีมในทันใด ไอ้จะย้ายทีมไม่เท่าไหร่ แต่การก่อหวอดไม่ยอมลงเล่นทำให้ผมรับไม่ได้ ทั้งๆที่ตอนแรกผมไม่เชื่อว่ามันจะทำตัวแบบนั้น ยังเคยออกรับแทนในบล็อกแห่งนี้ด้วยซ้ำ แต่สุดท้าย ความจริงก็คือความจริงๆ ว่ามันทำให้ผมใจสลาย กลายเป็นนักเตะทรยศในสายตาแฟนบอลสเปอร์ส

อันดับ 4 ไมเคิล คาร์ริค
ไอ้หมอนี่ก็เป็นอีกคนที่ติดลิสต์แบบไม่ต้องคิด ทั้งๆที่ ทีมเราไปดึงตัวมาร่วมทีมหลังจากตกชั้นไปกับ เวสต์แฮม และกลับมาโชว์ฟอร์มเด่นให้กับทีมเรา แต่สุดท้าย พอ กระสือแดงติดต่อเข้ามา มันก็เดินไปหา มาร์ติน โยล พร้อมกับอ้อนวอน ขอย้ายทีม ซึงลุงโยลก็เข้าใจนักเตะดี เมื่อไม่มีใจ จะเก็บไว้ทำซากอะไร

จากไป พร้อมกับ ข้ออ้าง เมื่อมีทีมอย่างแมนยู ติดต่อเข้ามา ใครบ้างจะกล้าปฏิเสธ และอยากประสบความสำเร็จ แล้วเอ็งย้ายมาทำบ้าอะไร กับทีมเล็กๆ อย่างสเปอร์สฟระ!!!

อันดับ 5 สตีเฟ่น คาร์
หนึ่งในนักเตะลูกหม้อของทีม ที่ก้าวมาเป็นกำลังของทีม ฉายา "ไอ้รถด่วน" ลงเล่นให้ทีมอย่างต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ขึ้นชั้นมาจากระดับเยาวชน อยู่ดีๆ ก็ขอย้ายทีมหน้าตาเฉย เนื่องจากไม่พอใจ ค่าเหนื่อยที่ได้รับ จึงขอย้ายทีม และย้ายไปร่วทีม นิวคาสเซิ่ลในปี 2004 ได้ลงเล่นไม่กี่นัด เนื่องจาก มีอาการบาดเจ็บรบกวนและตกต่ำกลายเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์ในที่สุด จนสุดท้ายกลับมาร่วมทีม เบอร์มิงแฮม ในปัจจุบัน

วันศุกร์ที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

กองกลางในฝัน

น่าจะใกล้กลับมาลงสนามอีกครั้งสำหรับ ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์ตัวทำเกมของเรา ซึ่งการขาดหายไปของ โมดริช ก็ส่งผลกระทบพอสมควรในแผงกองกลางของทีมเรา

ถึงแม้จะได้ นิโก้ ครันชาร์ มาทดแทน แต่ยังต้องให้เวลาในการปรับตัวอีกสักนิด ซึ่งที่ผ่านมาก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผลงานในเกมล่าสุดกับ โบลตัน ก็โชว์ฟอร์มได้ดีพอสมควร

โดยหากลูก้า โมดริช กลับมา คงต้องมาลุ้นกันล่ะครับ ว่าหวยจะออกที่ใคร ซึ่งก่อนหน้านี้ ลุงจ่าก็บอกแล้วว่า ครันชาร์ ไม่ได้มาแทน โมดริช แต่มาเพื่อจะเล่นร่วมกัน

ดังนั้นคนที่น่าจะนั่งข้างสนาม น่าจะเป็น ไอ้โจ้ มากกว่า ปาลาซิออส และ อารอน เลนน่อน แน่นอน

แต่ปัญหาการกลับมาของ โมดริช ลุงจ่าจะจัดทีมยังไง ให้ ครันชาร์ และ โมดริช เล่นร่วมกันได้ จริงๆ ในทีมชาติ โครเอเชีย ลูก้า โมดริช จะหุบมายืนตรงกลางมากกว่า ส่วน ครันชาร์ จะเล่นเยื้องออกไปเล่นทางซ้าย

แต่พอมาเล่นในอังกฤษ ที่ผ่านๆ มาลุงจ่าโยก โมดริช ไปยืนทางซ้าย ใช้ คู่กลางเป็น ทอมมี และ ปาลาซิออส ในช่วงที่ โมดริช เจ็บ ครันชาร์ ก็เล่นทางฝั่งซ้าย ส่วนตรงกลาง ยังเป็น ไอ้โจ้ ที่หายเจ็บกลับมา ยืน คู่ ปาลาซิออส และถอย ทอมมี่ ไปยืนหลังแทน

เมื่อลูก้า กลับมาสมบูรณ์ ก็ต้องดูว่า ลุงจ่าจะกล้าปรับแทคติค และการยืนตำแหน่งของทีมอย่างไร ในมุมมองผมคิดว่า ลูก้า สมควรขยับเข้ามาทำเกมตรงมากกว่า ครันชาร์ เพราะ การเล่นตรงกลาง สามารถเรียกประสิทธิภาพของ โมดริช ออกมา ได้ดีที่สุด

เนื่องจาก โมดริช เป็นกองกลางที่ครองบอลดี และการจ่ายบอลทะลุไปข้างหน้า ผมว่าทำได้ดีกว่าหลายๆคนในแผงกลาง

ส่วน ครันชาร์ การให้ ยืนทางซ้าย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นปีักซ้ายเต็มตัว การขยับมาทำเกมตรงกลางหรือ สลับตำแหน่งกับ โมดริช ในแผงกองกลาง ก็น่าจะทำให้ทีมมีมิติมากขึ้น

หรือ เลนน่อน เอง ก็สลับโยกไปมาในแผงมดิฟิลด์ จะอยู่ซ้้าย หรือ ไปขวา ก็น่าจะเล่นได้ง่ายขึ้น เพราะด้วยทักษะและความสามารถเฉพาะตัวในพวกมิดฟิลด์เหล่านี้ ทำให้ กองกลางเราดูยืดหยุ่นมากขึ้นในการเซตเกม แผงกองกลางเราสามารถเคลื่อนไหวไปมาสลับกันได้ โดยมีฝึ้งงานอย่าง ปาลาซิออส คอยช่วยปัดเป่าเกมรับ

ทำให้ พวกตัวรุกทั้งหลายไม่ต้องพะวงอะไรมากมายกับเกมรับ โดยธรรมชาติของโมดริช เอง ก็ขยันและช่วยเกมรับได้อยู่แล้ว อดใจและรอคอยการลงสนามของกองกลางในฝันกันดีกว่าครับ ว่าจะสะเด่าแค่ไหน..

วันพุธที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

คูดิชินี่ Vs โกเมส

หายไปสองสามวัน งานยุ่งมากครับ เลยไม่มีเวลามาอัพบล็อกเลย วันนี้ก็นั่งคิดหัวแทบแตก ว่าจะเขียนอะไรดี คิดไม่ออก เลยไปขุดเอาเรื่องใครจะเป็นมือหนึ่งของทีมมาดีกว่า

อย่างที่รู้ๆกันครับว่า ตอนนี้คนที่ครองมือหนึ่งของทีมอยู่ คือ คาร์โล คูดิชิรี่ ผู้รักษาประตูชาวอิตาเลียน ที่ขึ้นมาครองตำแหน่งหลังจาก เฮเรลโญ่ โกเมส ผู้รักษาประตูมือหนึ่งตัวจริงเจ็บไปตั้งแต่ต้นฤดูกาล

และตอนนี้ โกเมส ก็หายเจ็บกลับมาแล้ว สงครามแย่งชิงตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมในเวลานี้เข้มข้น ถึงใจแน่นอน

วันนี้ลองมาเปรียบเทียบสองผู้เล่นกันดูครับ ในแต่ละหัวข้อให้คะแนนเต็มสิบ อันนี้เป็นความเห็นผมนะครับ ท่านใดอยากแสดงทัศนะ เขียนมาได้เลยครับ
จังหวะการเซฟประตู
อันนี้ต้องถือว่าเป็นหน้าที่หลักของผู้รักษาประตูในจังหวะการเซฟประตู จะว่าไปทั้งสองคนสามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้เอามากๆ ทั้ง คูดิชินี่ และ โกเมส ทั้งสองคนมีปฏิกริยาที่ฉับไวในการเซฟประตู ช่วยเวฟจังหวะสำคัญๆเพื่อทีมไว้ได้หลายครั้ง

คะแนนที่ได้ คูดิชินี่ 9 โกเมส 9

ลูกกลางอากาศ
ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ถือว่าลูกโด่งเป็นเสมือนยาสามัญประจำบ้าน ต่อใหุ้คุณไม่ชอบมันแค่ไหน ก็ต้องเจอมันอยู่ดี โกเมส ถือว่ามีจุดอ่อนในเรื่องลูกโด่งมากในช่วงแรก แต่ช่วงหลังก็ืถือว่าทำได้ดีขึ้นเยอะ

ส่วน คูดิชินี่ เอง บางครั้งการที่ต้องนั่งสำรองมานาน ทำให้จังหวะและการกล้าตัดสินใจยังไม่ดีพอ หลายๆครั้งยังดูลังเลในการออกมาตัดบอล
คะแนนที่ได้ คูดิชินี่ 8 โกเมส 7

การเปิดบอล
การเปิดบอลในที่นี้หมายถึงทั้งการเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นลุกหรือการเปิดบอลจากลูกนิ่งในเขตผู้รักษประตู ซึ่งในอดีต พอล โรบินสัน เป็นผู้รักษาประตูทีทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีมาก แต่ถ้าลองเปรียบเที่ยบผู้รักษาประตูในปัจจุบัน ผมมอง ว่า โกเมส สามารถออกบอล ได้ดีในจังหวะเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นลุก หรือ ลูกตั้งเตะ ที่เข้าเป้าหมายมากกว่า แต่บางครั้งหากเจอกดดันมากๆ ก็ออกลูกเป๋เหมือนกัน

ส่วน คูดิชินี่ ก็ทำหน้าที่ในส่วนนี้ได้ดีพอใช้ แต่บางครั้งก็เปิดบอลไม่ค่อยเข้าเป้าหมายสักเท่าไหร่ เหมือนเตะให้พ้นไปจากเขตตัวเองเท่านั้น
คะแนนที่ได้ คูดิชินี่ 7 โกเมส 8.5

ความมั่นใจ
อันนี้ต้องถือว่าเป็นข้อสำคัญที่สุดของผู้รักษาประตู หากลงเล่นแล้วปราศจากความมั่นใจ ก็เกิดความเสียหายได้ แต่หากมั่นใจมากเกินไป ก็กลายเป็นผลเสียอีกเหมือนกัน

ในช่วงแรก โกเมส มาพร้อมด้วยความมั่นใจ ห้าวหาญ กล้าออก กล้าเสี่ยง ออกมาตัดบอลในการเล่นแทบทุกลูก จนบางครั้งทำให้ทีมเสียประตู พอเริ่มทำไม่ได้ ความมั่นใจก็หายไป จนพักหลัก เริ่มนิ่งขึ้น จึงกลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีอีกครั้ง

ส่วนคูดิชินี่ ที่ผมมองเห็นในฤดูกาลนี้ ยังเหมือนจะยังไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเองสักเท่าไหร่ อาจะต้องใช้เวลาอีกสักพักในการเรียกความเชื่อมั่น บางครั้งก็นิ่งเกินไป ไม่กล้าเสี่ยงในจังหวะ 50-50 จนเป็นเหตุให้ทีมเสียประตู
คะแนนที่ได้ คูดิชินี่ 8 โกเมส 9

การประสานงานกับกองหลัง
ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของ โกเมส ที่ในช่วงที่ โกเมส เป็นผู้รักษาประตู แผงหลังทีมเราเเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แทบจะไม่ซ้ำหน้า ทำให้บางครั้งก็กลายเป็นปัญหาของผู้รักษาประตู ผิดกับฤดูกาลนี้ ที่แผงหลังค่อนข้างจะนิ่งและไม่เปลี่ยนทีมมากนัก

ถ้ามองที่จุดนี้ โกเมส ดูมีปัญหาในการสั่งการและปรสานงานกับแผงหลัง หลายๆคนยังจำภาพที่ชอร์ลูก้าน็อคจนต้องหามออกนอกสนาม เนื่องจากโดนเข่าของ โกเมสไปเต็มๆได้ดี คูดิชินี่ ทำได้ดีกว่าในจุดนี้ทั้ง การออกสั่งการ และการจัดระเบียบแผงหลังในเวลาตั้งรับ
คะแนนที่ได้ คูดิชินี่ 8.5 โกเมส 7

รวมคะแนนที่ได้ จาก 50 คะแนนเต็ม
คูดิชินี่ 40.5 คะแนน โกเมส 39.5 คะแนน

วันเสาร์ที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

หนึ่งคะแนนที่ล้ำค่า

เกือบตายไปครับสำหรับเกมวันนี้ เจอโบลตันที่ไร ลุ้นเหนื่อยทุกที ต้องบอกเลยว่าทีมเราถือว่าโชคดีมากครับ ที่ไปเยือนแล้วได้ 1 คะแนนกลับมา โดนนำถึงสองครั้ง แต่ยังกลับมาสู่เกมได้ ก็ืถือว่าทีมเราทำได้ดีแล้วครับ

สำหรับ 11 ผู้เล่นของทีมเราวันนี้ลุงจ่ายังยึดชุดผู้เล่นนัดที่แล้วเป็นหลัก แค่ดร๊อป เดโฟ ที่มีอาการเจ็บนิ้วไว้ข้างสนามแล้ว ส่งเจ้าโย่งปีเตอร์ เคร้าช์ ลงมาแทนเท่านั้นเอง นอกนั้นเหมือนเดิม

ผู้รักษาประตู คูดิชินี่ แบ็คขวา ชอร์ลูก้า แบ็คซ้าย เอก๊อตโต้ กองหลัง ทอมมี่ ยืนคู่ บาสซง กองกลาง มี เลนน่อน จีนัส ปาลาซิออส และ ครันชาร์ ยืนจากขวาไปซ้าย ส่วนกองหน้า เป็น คีน และ เคร้าช์

สำหรับเกมนี้ต้องบอกว่า การเจอกับโบลตันไม่ใช่งานง่ายๆเลย เพราะบอลโบลตัน แข็งแกร่ง ทื่อๆ แต่มีประสิทธิภาพ รู้ทั้งรู้นะครับว่าจะเล่นยังไง แต่มันหยุดไม่ได้จริงๆ

เปิดเกมมาแค่สามนาที ก็สังเวยไปก่อนแบบรวดเร็ว จนทีมรวนไปพักใหญ่ ในครึ่งแรก เพราะเจอบอลถึงลูกถึงคนของโบลตัน ตลอด กองกลางเราแทบเก็บบอลจังหวะสองไม่ได้เลย แถมโดนโบลตันบุกเป็นชุด

เกมเราไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่ แต่โชคดีที่มาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะเปิดบอลยาวของ ปาลาซิออส เคร้าช์ โหม่งชงมา ครันชาิสอดมายิงเต็มตีน ไล่ตีเสมอให้ทีมเรา และเป็นลูกแรกของ ครันชาร์ในสีเสื้อ สเปอร์ส

เริ่มครึ่งหลังทีมเราเริ่มทำเกมได้ดีกว่าครึ่งแรกบ้าง แต่โบลตันก็ยังเล่นแบบเดิม โดนเฉพาะการบอมบ์ไปให้ เควิน เดวีส์ ที่ทั้งโหม่งเอง หรือ ชงให้เพื่อน ซึ่งสร้างปัญหาให้ทีมเรามาก เกมนี้ คาเปลโล่ มาเข้าชมอยูด้วย ถ้าผมเป็น คาเปลโล่ ผมเลือก เดวีส์ ติมทีมชาติอังกฤษแน่ๆ เพราะมีประโยชน์เหลือเกิน แข็ง ยิงดี ลูกโหม่งคม ซึ่งสร้างความแตกต่างให้กองหน้าได้ดี

ส่วนอีกคนที่ต้องชมคือนักเตะเกาหลี ลีชุน ยอง ที่เล่นได้น่าประทับใจเหลือเกิน การครองบอล การให้ บอลลูกแข็งแกร่งก็ทำได้ดี โดยเฉพาะการมีส่วนในประตูที่สองของ โบลตัน ลี ตอกส้นให้ โคเฮน หลุดไปเปิดบอลให้ เดวีส์ วิ่งมากจากข้างหลังเบียด เอก๊อตโต้ โหม่งเข้าไปแบบหยุดไม่อยู่ โบลตันกลับมานำิีอีกครั้ง

พอเสียประตูที่สอง เราก็พยายามบุกมากขึ้น แต่ก็พลาดไปหมด โดยเฉพาะ เคร้าช์ ที่พลาดไปหลายจังหวะ ซึ่งจะว่าไป เคร้าช์ก็มี ประโชน์กับเกมรุกของเรา แต่บางครั้ง ก็ทำให้ลักษณะการเล่นของทีมเราเปลี่ยนไป

ไอ้เรื่องลูกเปิดยาวอันนี้เรื่องธรรมดา ที่ต้องเล่นแบบนี้ แต่ที่เปลี่ยนไปคือจังหวะของเกม ปกติเกมรุกของเราจะเล่นบอลเร็วเป็นหลัก ตอน คีน คู่กับ เดโฟ ทีมเราจ่ายบอลขึ้นหน้าได้รวดเร็ว พอเปลี่ยนเป็น เคร้าช์ เกมเราดีเลย์ ลงไปเยอะ จนบางที กองหลังคู่ต่อสู้ เ่ล่นง่ายขึ้น อันนี้เป็นจุดต่างของกองหน้าคนละสไตล์กัน

จนลุงจ่า แก้เกม ส่ง เดโฟ มาแทน คีน ที่เล่นไม่ค่อยออกเท่าไหร่ โมเมนตัวของเกมเอียงไปทาง โบลตันนิดๆ แต่ทีมเราก็มาใช้ลูกเตะมุมคืนสนองให้ โบลตัน เป็นจังหวะเตะมุมมาที่เสาสอง ชอร์ลูก้า ถอยมาโหม่งย้อนศร บอลลอยข้ามไปเสียบเสาอย่างสวยงาม ไก่เราไล่ตีเสมอ 2-2 และเป็นนักเตะโครแอตทั้งสองคน ที่ช่วยยิงให้เรา

ช่วงท้ายเกมโบตันก็โหมใส่เราจากลูกยาวเเหมือนเดิม และกดดันมากขึ้นในจังหวะทุ่มไกลและเตะมุม ทีมเราก็เกือบได้ประตูจาก เคร้าช์ แต่ก็แต่งบอลนานจนยิงหลุดเสาไป ทำให้จบเกมเสมอกันไปแบบสุดมันส์ 2-2

ซึ่งก็ถือว่าไม่เสียหายอะไรมากนักกับการเป็นทีมเยือนและได้หนึ่งคะแนนกลับบ้าน เกมนี้ตองยอมรับว่ารูปเกมเราเป็นรองโบลตันมาก กองกลางยังมีปัญหาต้องแก้ไข ทั้ง ไอ้โจ้ และปาลาซิออส ต้องนิ่งมากว่านี้

ส่วน ปาลาซิออส เองก็พยายามเล่นโชว์ในบางจังหวะมากไป จนทำให้เสียการครองบอลโดยเฉพาะหน้ากรอบเขตโทษ แต่ก็ชดเชยด้วยการไล่ัตัดเกมให้ทีมแทน ส่วนไอ้โจ้ ก็เหมือนเดิม ที่ไม่มีบทบาทอะไรเท่าไหร่มีลูกจ่ายง่ายเห็นคาตา สองลูกที่เปิดบอลได้อุบาทว์ แทนที่จะได้เปรียบก็เสียบอลไปแบง่ายๆ

อย่างไรก็ตามเกมนี้มีแต้มกลับบ้านก็น่าพอใจแล้วกับผลงานในสนาม วันนี้ไม่ใช่วันของเรา แต่ก็ทำให้ทีมเรายังคงเดินหน้าต่อไป ตอนนี้แข่ง 8 นัด มี 16 คะแนน แค่นี้ก็ดีกว่าปีที่แล้วมากมายนัก

วันศุกร์ที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

คุย คุ้ย เขี่ย ->โบตั๋น Vs ท่านชายไก่


กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้อง(ใครเรียกร้องเอ็งฟระ !!! )ส ำหรับคุย คุ้ย เขี่ย ประจำวันศุกร์ ซึ่งทีมเรามีคิวไปเยือน โบตั๋น เอ้ย โบลตัน วันเดอเรอร์ ที่รัง รีบอค สเตเีดี้ยม ในวันเสาร์นี้

ซึ่งต้องบอกว่าตอนนี้ฟอร์มของทีมกลับมาร้อนแรงอีกครั้งหลังจากเมื่่อวันเสาร์ที่แล้วถล่มเบิร์นลีย์ไปเละเทะ 5-0 รั้งอันดับ 4 ของตาราง มี 15 คะแนนตุนอยู่ในกระเป๋า
สภาพความพร้อมของทีม
ข่าวร้ายนิดหน่อยสำหรับทีมเรา เมื่อ เจอเมนน์ เดโฟ กระดูกนิ้วหัก ทำให้ในนัดนี้ อาจจะลงเล่นไม่ได้ แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นคนอื่นเริ่มทะยอยกลับสู่ทีมชุดใหญ่แล้ว ยกเว้น เล็ดลีย์ คิง โจนาธาน วู๊ดเกต และ ลูก้า โมดริช ที่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่

โดย 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนาม ผู้รักษาประตู ยังเชื่อว่า ลุงจ่า น่าจะให้ คาร์โล คูดิชินี่ ลงเล่นต่อไป ถึงแม้ เฮเเรลโญ่ โกเมส จะกลับมาพร้อมสมบูรณ์แล้วก็ตาม กองหลังอุ่นใจได้บ้าง เมื่อ ดอว์สัน หายใจกลับมาแล้ว รวมทั้ง เกเร็ธ เบล ที่ทำลายอาถรรพ์ตัวเองได้สำเร็จ ทำให้ มีทางเลือกมากขึ้นในการจัดทีม

คาดว่า ลุงจ่าน่าจะใช้ทีมชุดเดิมยืนพื้น โดยมี ชอร์ลูกา และ เอก๊อตโต้ ลงเล่นทางแบ็คขวาและแบ็คซ้าย ตามลำดับ กองหลัง เซบาสเตียน บาสซง น่าจะยืนคู่กับ ดอว์สัน มากกว่า ทอมมี่ ที่ถึงแม้จะโชว์ฟอร์มได้ดี แต่การเจอกับกองหน้าสไตล์โบราณของ โบลตัน ลุงจ่าน่าจะใช้หลังอาชีพ อย่าง ดอว์สัน มากกว่า

สำหรับแผงกองกลาง ทีเด็ดอย่าง เลนน่อน การันตี ตัวจริงแน่นอน ส่วน ไอ้โจ้ ก็น่าจะได้รับโอกาสคู่กับ ปาลาซิออส ในแผงมิดฟิลด์ โดย ครันชาร์ จะยืนทางซ้ายเหมือนนัดที่แล้ว ส่วนกองหน้า น่าจะเป็นการลงเล่นคู่กัน
ของ ปีเตอร์ เคร้าช์ และ ร็อบบี้ คีน คู่ศูนย์หน้าที่ฟอร์มดีทั้งคู่
ผู้เล่นที่คาดว่าจะได้สนาม
วิเคราะห์เกม
ไม่ง่ายสำหรับการเจอกกับ โบลตัน เพราะผลงาน โบลตันไม่ธรรมดา ไม่แพ้ใครมา 4 นัดแล้ว ทั้งในลีกและบอลถ้วย การไปเยือนถึงถิ่นคราวนี้สิทธิพลาดตกม้าตายได้ หากประมาทเกินไป

บอลของ โบลตัน เป็นไดเร็คฟุตบอล อาศัยความแข็งแกร่งและการเล่นแบบถึงลูกถึงคนเข้าสู้ ทำให้ทีมเราเล่นได้ยาก เนื่องจากนักเตะในทีมเรามีแต่พวกผู้เล่นติ๋มๆ นุ่มนิ่มมากเกินไป มีเีพียง ปาลาซิออส คนเดียว ที่พอสูสี และหากเจอลูกหนักๆบดเข้าไปทั้งเกม นักเตะทีมเราคงเล่นได้ยาก

และทีเด็ดของโบลตันคือบอลยาว ทั้งจากหลังมาหน้า ครอสจากด้สนข้าง และทีน่ากลัวคือลูกเซตพีซ ซึ่งเป็นของแสลงสำหรับทีมเรา คาดว่า โบลตันคงใช้จุดนี้มาเล่นงานเราแน่นอน ทีมเราจะได้เปรียบตรงแผงกองหน้า ที่ น่าจะสร้างความได้เปรียบให้ทีมบ้าง

ฟันธง
โอกาสชนะลำบาก ได้ 1 แต้มกลับบ้านก็บุญแล้ว ...

วันอังคารที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

เบ็คเค่นบาวเออร์คนต่อไป

มาร์ติน โยล อดีตกุนซือของทีมเราเคยเ่อ่ยวาทะสุดคลาสิค เอาไว้ว่า

"โดยธรรมชาติ ทอม (ฮัดเดิลสตัน) เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ แต่ผมสามารถดึงเขาไปเล่นเป็นกองหลังได้ ซึ่งนักเตะก็ทำผลงานได้ดี

ผมคิดว่าหากเขาได้รับการพัฒนาก็มีสิทธิเป็นสวีปเปอร์ระดับโลกเหมือนกับ ฟร้านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ ด้วยรูปร่างที่ใกล้เคียงกัน (6 ฟุต 2 นิ้ว) การผ่านบอลของเจ้าหนูรายนี้ก็เป็นเลิศ "

ซึ่งถ้ามองด้วยลักษณะการเล่นบอลของ ฮัดเดิ้ลสตันที่ดูคลาสสิค การวางบอลยาวและการผ่านบอลที่ดูเนียนตาแล้ว ผมก็เห็นด้วยกับความคิดนี้

ก็น่าจะคิดไปไกลได้เหมือนกันว่าหากแฮร์รีี่่ เร้ดแนปป์ สามารถปั้นเจ้าหนูคนนี้ให้กลายเป็นกองหลังแบบนั้นได้ สเปอร์สและทีมชาติอังกฤษจะได้ประโยชน์ขนาดไหน

เพราะกองหลังอังกฤษในปัจจุบัน หายากที่จะมีผู้เล่นในสไตล์คลาสิคแบบนั้น ที่มองเห็นก็มีเพียง ริโอ เฟอร์ดินานด์ คนเดียว นอกนั้นเป็นพวกกองหลังที่เน้นความแข็งแกร่งซะมากกว่า

จริงอยู่ที่ธรรมชาติการเล่นของ ฮัดเดิ้ลสตัน คือ กองกลาง เพราะผมก็เคยบ่นไปหลายครั้งว่า ทอมมี่ มันเล่นกับบอลมากเกินไป ไม่ค่อยขาดหรือเคลียร์ทิ้งเท่าไหร่ แต่หากสามารถปรับเปลี่ยน และสร้างความคุ้นเคยบ่อยๆ ผมก็มองว่า ฮัดเดิ้ลสตัน น่าจะเล่นเป็นกองหลังได้ดี

หากมองถึงอนาคต ในแผงกองกลาง ทั้งทีมเราและทีมชาติอังกฤษ ฮัดเดิ้ลสตัน ยังหาโอกาสแทรกตัวเข้าไปได้ยาก แต่หากทำได้ดีในตำแหน่งกองหลัง โอกาสในอนาคตที่สดใสก็ไม่อยู่ไม่ไกลซะทีเดียว

เร้ดแนปป์ เคยปั้นเจ้าหนูเฟอร์ดินานด์ในอดีตจาก มิดฟิลด์ จนกลายมาเป็นกองหลังระดับโลกค่าตัวแพงมาแล้ว การที่จะลองปั้น ฮัดเดิ้ลสตัน อีกสักคนก็ไม่น่าจะใช่ปัญหา เกเร็ธ เซาธ์เกต จากกองกลาง ก็กลายมาเป็นกองหลัง เฟอร์นันโด เอียร์โร่ ถอยจากกลางมายืนหลังอีกคน ก็ทำได้ดีไม่มีที่ติด

ด้วยมุมมอง และ ศักยภาพในการอ่านเกม ฮัดเดิ้ลสตัน มีข้อได้เปรียบในการเล่น การวางบอลยาวจากแดนหลัง รูปร่างสูงใหญ่ เรื่องลูกโด่งก็ไม่ใช่ปัญหา หากเพิ่้มความแข็งแร่งและการอ่านเหลี่ยมกองหน้ามากกว่านี้ ผมว่า ฮัดเดิ้ลสตัน อาจจะทำได้ดีกว่าที่ เฟอร์ดินานด์ เป็นอยู่ตอนนี้เสียอีก

ในฤดูกาลนี้ ผมว่า เร้ดแนปป์ ก็น่าจะค่อยๆลอง และปรับให้ ทอมมี่ ลองเล่นกองหลังไปเรื่อยๆ เพราะในอนาคตทั้ง เล็ดลีย์ คิง และ โจนาธาน วู๊ดเกต คงโรยราไปตามสังขาร ปีนี้ลองเล่นและทดสอบการใช้งาน บางทีปีหน้า เราอาจะมี ฟร้านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ ลงมาจุติที่ ไวท์ ฮาร์ทเ ลน ก็เป็นได้ใครจะไปรู้....

วันจันทร์ที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

There's only one Keano !!!

คงไม่ช้าเกินไปสำหรับการสดุดีกับฟอร์มระดับเทพของ ร็อบบี้ คีน กองหน้ากัปตันของทีม คือเผอิญพึ่งได้ดูเทปรีรันไปเมื่อวาน

เนื่องจากวันเสาร์พยายามแล้วพยามอีก ก็ไม่สามารถดูผ่านเนตได้ ไอ้ช่องลิงค์ของอิรักมันเป็นบ้าอะไรไม่รู้ ค้างจนดูอะไรไม่ไ่ด้เลย ส่วนทรูืัที่บ้านก็ไม่มีช่องที่มันฉายอีก เนื่องจากยังเป็นระบบอนาลอกอยู่ เลยได้แต่นั่งลุ้นแบบห่างๆ T-T

คงๆไม่ต้องสาธยายอะไรกันมากมาย สำหรับผลงานของ ร็อบบี้ คีน ในนัดนี้ เพราะเล่นได้ดีมาก ทั้งจังหวะยิงประตู การมีส่วนร่วมกับเกม รวมถึงการจ่ายบอลของคีน ที่บอลออกจากเท้าแล้วต้องเรียกว่าคมกริบ

หลายคนอาจปรามาส คีโน่ ไปก่อนหน้านี้ว่า น่าจะเป็นช่วงขาลงของ ร็อบบี้ คีน แล้ว แต่ คีน ก็กลับมาพิสูจน์ให้เห็นว่า กองหน้าอย่าง คีน นั้นยังมีประโยชน์ขนาดไหน คีน เป็นหัวใจในแนวรุกเรา เนื่องจากสามารถเล่นเป็นตัวเก็บบอลได้ดี และลงต่ำมาล้วงบอลแล้วแทงบอลทะลุช่องได้ดี

จุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของ คีน คือความแน่นอนในการยิงประตู บทจะยิงประตูลูกยากๆ พี่แกทำได้หมด ไอ้ลูกง่ายๆ บางที ดันทำหมูหกไปซะงั้น

แต่ถ้าเทียบเปอร์เซนต์การยิงประตูของ คีน ผมว่า คีน ก็ทำได้ดีและมีเปอร์เซ็นการยิงที่ถือว่าคมกริบนะครับ เพียงแต่ บางลูกน่าจะได้ แต่ดันพลาดไป จนมันชินตาคน เลยมองว่า คีน ใช้โอกาสเปลือง

แต่การเล่นของ คีน นัดนี้ เต็มไปด้วยความมั่นใจ ดูได้จากการยิงแต่ละลูก ยิ่งลูกที่เลนน่อน ปาดมาให้ ยิงเข้าไปแบบนั้น ต้องถือว่าเป็นวันของ คีน จริง และถือเป็นการยิงได้ 4 ประตูเป็นครั้งแรกของ คีน และหลังจากนี้ไป คีน คงเรียกความมั่นใจเก่าๆกลับมาเหมือนสมัยเล่นคู่กับ ไอ้จู๋ดาสตอฟ ได้อีกครั้ง หลังจากไปทำตกหล่นแถวแอนฟิลด์มานาน

กลับมาพูดถึงทีมเราบอกได้คำเดียวว่า สุดยอด สองนัด พ่อล่อไปซะ 10 ลูก ถึงแม้จะเจอกับทีมที่อ่อนชั้นกว่าก็ตาม แต่เกมรุกต้องถือว่าทีมเราทำได้ดีเอามากๆ ถ้าเทียบกับผลงานของปีที่แล้ว

ภาพรวมของทีมทำได้ดี นิโก้ ครันชาร์ ได้ลงเล่นและก็ดูพอจะเข้าขากับเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ยังเกร็งๆ และยังต้องจับจังหวะของทีมอีกสักระยะ แต่ถือว่าเล่นได้ดี มีส่วนร่วมกกับเกมใช้ได้

เลนน่อนเอง ก็มีบทบาทสำคัญในแนวรุก ต้องบอกว่า เลนน่อน ตอนนี้พัฒนาไปมากกว่าเดิม ส่วนไอ้โจ้ คงต้องกัดฟันชมมันสักนิดนึง ก็ถือว่านัดนี้ มันเล่นได้ดี แต่อย่างที่บอกมันเหมาะที่จะเป็นตัวเสริมมากกว่าตัวหลักของทีม

สำหรับกองหลังและผู้รักษาประตูนัดนี้เป็นนัดแรกของฤดูกาลที่ทีมไม่เสียประตู ซึ่งก็คงต้องบอกว่าโชคดีที่ กองหน้าและเกมรุกของ เบิร์นลีย์ ไม่ได้สร้างปัญหาเท่าไหร่ให้กับทีมเรา ยกเว้นจังหวะหมูหกที่ คูดิชินี่ เกือบทำพลาด แต่ก็แก้ตัวจากจังหวะเซฟลูกยิงสำคัญเอาไว้ได้

สำหรับปัญหาใหญ่ของทีมเราในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นปัญหาการจัดทีมของ แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ ว่าใครควรจะลงเล่นในตำแหน่งกองหน้า เพราะทั้ง เดโฟ ,ร็อบบี้ คีน รวมถึง ปีเตอร์ เคร้าช์ ล้วนแต่ทำแฮตทริกกันไปหมด และถือว่าฟอร์มดีกันทุกคน แต่ปัญหาแบบนี้ ผมว่าผู้จัดการทีมของหลายๆสโมสรคงได้แต่แอบบอิจฉาในใจเท่านั้น ตอนนี้กองหน้าทุกคนคงต้องรีีบโชว์ฟอร์มกันยกใหญ่เพื่อการการันตีได้ลงเ้ล่นตัวจริง เพราะหากฟอร์มไม่ดีจริงมีสิทธิ์นั่งยาว

สุดท้ายคงไม่มีัอะไรจะบอกนอกจากวันนี้เป็นวันของ คีน และ แฟนบอลคงตะโกนเต็มปากได้ดังๆว่า" There's only one Keano "

วันศุกร์ที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

คุย คุ้ย เขี่ย ->สเปอร์ส Vs เบิร์นลีย์


สำหรับโปรแกรมในวันเสาร์นี้ ทีมเราจะลงทำศึกโดยเปิดรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน พบกับ เบิร์นลีย์ น้องใหม่ปีล่าสุด ที่ผลงานไม่ธรรมดา โดยตอนนี้มี 9 คะแนน อยู่อันดับที่ 9 ของ ตาราง ส่วนทีมเรารั้งอันดับ 6 มี 12คะแนน

สำหรับทีมเราก่อนหน้านี้ในพรีเมียร์ลีก พบความพ่ายแพ้มาสองนัดติดๆ ทั้งการพ่าย แมนยู และ เชลซี สองทีมยักษ์ใหญ่ ก่อนจะมาเรียกความมั่นใจด้วยกับ ตบเด็ก อย่าง เปรสตัน ไป 1-5 ในคาร์ลิ่ง คัพเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำให้ขวัญและกำลังใจดีขึ้นมาก
สภาพความพร้อมของทีม
ทีมเรานักเตะตัวหลักๆ เริ่มทยอยกลับมาได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เกเร็ธ เบล , ไมเคิล ดอว์สัน หรือ เฮเรญโญ่ โกเมส รวมถึง เซบาสเตียน บาสซง ที่ไม่เป็นอะไรมาก จากกรณีล้มหัวฟาดพื้นเมื่อเกมที่แล้ว ส่วนพวกที่เจ็บ อย่าง โจนาธาน วู๊ดเกต และ เล็ดลีย์ คิง ยังคงต้องรอต่อไป

โดย 11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะได้สนาม แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก เพียงสลับนักเตะบางตำแหน่งเท่านั้น โดยคาดว่า ผู้รักษาประตู จะยังคงใช้งาน คาร์โล คูดิชินี่ ต่อไป ถึงแม้ โกเมส จะกลับมาแล้วก็ตาม กองหลัง สี่คน แบ็คขวาและซ้าย น่้าจะเป็น ชอร์ลุก้า และเอก๊อตโต้ เหมือนเดิม ส่วน กองหลัง คาดว่า ไมเคิล ดอว์สัน จะลงเล่นคู่กับ เซบาสเตียน บาสซง เป็นนัดแรก

ขยับมาที่กองกลาง ต้องรอดูว่าลุงจ่าจะจัดทัพแบบไหน แ่ต่คาดว่าน่าจะเล่นในระบบ 4-4-2 เหมือนเดิม มี เลนน่อน ลงลากเลื้อยทางขวา ส่วน ทางซ้าย น่าจะใช้งาน นิโก้ ครานชาร์ ในนัดนี้แน่นอน ทำให้ เหลือที่ว่างสองที่ตรงกลางสนาม โดย ปาลาซิออส น่าจะเป็นตัวยืน และเลือกระหว่าง ทอมมี่ และไอ้โจ้ โดยส่วนตัว คาดว่า ทอมมี่ น่าจะได้รับโอกาสเหมือนเดิม

ส่วนกองหน้า คงเป็น ร็อบบี้ คีน ที่ต้องถอยตูดไปนั่งตบยุงที่ข้างสนาม เนื่องจาก เคร้าช์ โชว์ฟอร์มแฮตทริก ไปหยกๆ คงต้องได้ลงแน่ ส่วน เดโฟ น่าจะเป็นตัวหลักอยู่แล้วเช่นกัน
ผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนาม
วิเคราะห์เกม
สำหรับการได้ลงเล่นและเจอกับ เบิร์นลีย์ ถือว่าไม่ใช่งานหนักมากนักสำหรับทีมเรา แต่อย่าลืมว่า เบิร์นลีย์ ทีมนี้ไม่ธรรมดา เคยเกือบทำเอาเราน้ำตาตกในมาแล้วใน คาร์ลิ่ง คัพ ปีที่แล้ว

เบิร์นลีย์ เป็นที่เล่นบอลบนพื้น เคาะบอลตามช่อง ไม่ได้เล่นบอลยาวเหมือนทีมในดิวิชั่น ล่างๆ ทั่วไป ซึ่งทีมเราคงเจอการบีบพื้นที่และไล่บอลทำให้เราเล่นยาก

แต่ทีมเราได้เปรียบตรงความหลากหลายทางเกมรุก ทีมีทั้งภาคพื้นดิน และกลางอากาศ ซึ่งน่าจะเป็นข้อได้เปรียบของทีมเรา แต่ข้อผิดพลากของกองหลังยังน่าจะเป็นปัญหาใหญ่ของทีมเรา ถ้าประมาทอาจเสียน้ำตาได้ คีย์แมนในนัดนี้ ผมมองว่า นิโก้ ครานชาร์ จะเป็นทีเด็ดของทีมเรา
ฟันธง
ชนะ2-1 โดย ครันชาร์ และ เลนน่อน ยิงได้ ฟันธง !!!!!!!

วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ยินดีต้อนรับกัปตันกระดูก(+ตับ)เหล็ก

ก่อนอื่นต้องบอกว่าทีมเราโชว์ฟอร์มได้ไก่กระต๊ากมากๆ สำหรับการบุกไปชนะเปรสตัน 1-5 ซึ่ง กองหน้ายิงได้ทุกคน

โดย เฉพาะ โรโบ เคร้าช์ ที่ซัดแฮตทริกไปอย่างเหนือชั้น สำหรับชัยชนะนัดนี้ก็ถือว่าตามเป้า และช่วยเรียกความมั่นใจกลับมาได้บ้าง หลังพ่ายแพ้มากสองนัดติดๆ

มาที่ประเด็นข่าวใหญ่สำหรับทีมชาติไทยกันบ้าง หลังจากที่ ปีเตอร์ รีด หนีทีมชาติไทยของเรา ไปช่วยคุมสโต๊ค ซิติ้ จนสร้างความโกลาหลไปพักใหญ่นั้น ตอนนี้ืีทีมเราได้หัวโค้ชทีมชาติคนใหม่แล้ว นั่นก็คือ ไบรอัน ร็อบสัน

ซึ่งกระแสในตอนนี้แบ่งออกเป็นสองฝั่ง ทั้งยินดีและยี้ในตัวโค้ชทีมชาติคนใหม่ เพราะหลายๆคนกังขาในฝีมือการคุมทีม ซึ่งที่ผ่านมา ผลงานไม่ค่อยจะน่าประทับใจเท่าไหร่

สำหรับสัญญา 4 ปี พร้อมค่าเหนื่อยประมาณปีละ 33 ล้านนั้น บางคนอาจจะมองน่าจะไปจ้างโค้ชที่ชื่อดังและมีฝีมือมากกว่านี้ แต่อย่าลืมว่ามาตรฐานของทีมชาติไทยนั้น กุนซือชื่อดังหลายๆคนคงไม่อยากลดตัวลงมาคุมแน่ๆ เมื่อทีมกับชาติชั้นนำทั้งหลายในเอเชีย

และเราก็ไม่ได้ทุ่มเงินมหาศาลได้เป็นปีละ 100 ล้าน เหมือนพวกแขกตะวันออกกลางที่สามารถจ้างโค้ชแพงๆได้ เราเลยต้องเอาพวกของเกรดบี หรือ เกรดต่ำลงมาหน่อยเพื่อคุมทีม

ในแง่ของการเป็นโค้ช นั้น ผมว่าไบรอัน ร็อบสัน อาจจะไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควรกับผลงานที่มาไม่ว่าจะเป็นการคุมทีม โบโร่ ที่เคยพาทีมพุ่งสุดขีด ขนาดมาเตะในบ้านเรา และมี โบโร่รายเดือน ที่บ้านเราด้วย (เมื่อไหร่ไก่ตรูจะมีฟระ) ก่อนจะตกชั้นในเวลาต่อมา

และได้คุมพวกทีมล่างๆ แบร็ดฟอร์ด , เวสต์บรอมบิช และ เชฟฟิลด์ ยูในเต็ด แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร มีการพา เวสต์บรอมบิช หนีตกชั้นได้ในนัดสุดท้ายแบบปาฏิหารย์นั่นแหละครับ ที่ถือว่ามีผลงานมากหน่อย

ผมมองว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่าง สมาคมฟุตบอลอังกฤษและของไทย นั้นมีส่วนในดีลครั้งนี้ ถึงแม้สมาคมฟุตบอลอังกฤษจะออกมาปฏิเสธข่าวการจ่ายเงินให้โค้ชทีมชาติไทยตั้งแต่สมัย ปีเตอร์ รีด แล้วนั้น แต่ผมก็เชื่อว่า สมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือ เอฟเอ นั้นจ่ายให้จริง

ใครมันจะไปยอมรับล่ะครับว่าช่วยไทยเพื่อหวังผลในการโหวตเลือกเจ้าภาพบอลโลก และสมาคมฟุตบอลไทย ก็ไม่ได้เงินถุงเงินถังที่จะจ่ายค่าจ้างได้ขนาดนั้น ผมว่างานนี้คือการหวังผลแบบ วิน-วิน ทั้งสองฝ่ายจนสรุปมาเป็น ไบรอัน ร็อบสัน มาคุมทีมชาติไทย

ไอ้เรื่องจะหวังไปบอลโลกนั้นฝันกันไปก่อนเถอะครับ ร็อบโบ้ ก็ไม่ใช่ซุปเปอร์แมน ที่จะมาคุมทีมชาติปุ๊ปแล้วไปบอลโลกปั๊ปแบบที่ฝันๆกัน (แต่เอ แกก็เป็นซุปเปอร์ฮีโร้ นี่หว่า กัปตันมาร์เวล อาจะเป็นไปได้ก็ได้นิ)

เรื่องไปบอลโลกต้องใช่เวลาอย่างน้อย 10-15 ปี เมื่อลีกเรายืนได้ด้วยตัวเองและมีความแข็งแกร่งพอ ผมเชื่อว่าเวลานั้นทีมชาติไทยอาจจะมีลุ้น ตอนนี้ ขอแค่ได้เข้ารอบสอ งเอเชี่ยนคัพ หรือมีผลงานที่ดีในเอเชี่ยนเกมส์ ก็น่าจะชื่นใจกันแล้ว ส่วนเรื่องแชมป์ไทเกอร์ คัพ หรือ แชมป์ซีเกมส์นั้น ยังไงก็ต้องทำให้ได้ ถ้เราไม่ได้ก็โดนด่าตาย

แต่ผมมองในแง่ดีครับว่า การมาคุมของ ไบรอัน ร็อบสัน ในครั้งนี้ ก็ช่วยปลุกกระแสความตื่นตัวในฟุตบอลไทยได้มากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน อย่างน้อยๆ ทุกคนก็อยากจะดูอดีตกัปตันทีมปีศาจแดง กัปตันทีมชาติอังกฤษ ซึ่งคนไทยผูกพัน ว่ามาคุมทีมชาติไทยแล้วผลงานจะเป็นอย่างไร

ตอนนี้กระแสฟุตบอลไทยกำลังบูม การได้ ร็อบสันมาสร้างกระแสในทีมชาติ ก็ช่วยทีมชาติมากขึ้นไปอีก เหมือนตอน ที่ รีด คุมทีม สื่อต่างประเทศรวมทั้งในประเทศ ให้ความสนใจในทีมชาติไทยเรามากขึ้น และก็เป็นการดีสำหรับทีมชาติไทยในอนาคตในการหาคนมาคุมทีม

หากต้องการกุนซือชื่อดังฝีมือดีๆมาคุมทีม พอบอกทีมชาติไทย ที่โค้ชหลายๆคนอาจจะไม่มีรู้จักหรืองง ว่าอยู่ส่วนไหนของโลก พอบอกว่า ทีมชาติที่ ไบรอัน ร็อบสัน เคยคุม หรือ รีด เคยคุม ผมว่าสิ่งเหล่านี้มันสร้าง Reference ให้กับทีมชาติไทย ได้

สำหรับผลประโชน์ที่เราได้รับเมื่อ ร็อบโบ้คุมทีม คือ การทำงานแบบมืออาชีพ และการมีบารมีของ ร็อบสัน ผมว่าช่วยเสิรมสร้างประสิทธิภาพให้กับทีมชาติไทยได้ เพราะความเป็นลูกพี่และใจนักเลงของร็อบโบ้ ผมว่านักเตะต้องซูฮก

เนื่องจากตอนแกเป็นนักเตะ แกเมาหัวราน้ำทุกวัน แต่ตอนเช้าก็ตื่นมาซ้อมและมาถึงสนามเป็นคนแรกก่อนคนอื่น ไม่เคยขาดซ้อม ไอ้พวกนักเตะทีมชาติที่ชอบหนีเที่ยวกินเหล้า มันต้องเจอคนแบบนี้ ถ้ามึงกินก็ต้องทำให้ได้แบบกู ผมว่าเจ้านายแบบนี้ ลูกน้องน่าจะรักและศรัทธาเช่นกัน

และผลประโยชน์รองลงมา คือ การส่งเด็กหรือจัดทีมชาติไทยเราไปเก็บตัวหรืออุ่นเครื่องที่อังกฤษ หรืออาจไปซ้อม ที่แคร์ริงตัน ศูนย์ซ้อมของแมนยูได้ เพราะ ร็อบสัน ก็ยังควบตำแหน่งทูตของสโมสรอยู่ ลองให้เวลาและโอกาสกับ กัปตันกระดูกเหล็กดูก่อนครับ ยังไงก็ดีกว่าชาญวิทย์เนอะ....

วันพุธที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

บทพิสูจน์ของฤดูกาลนี้

หลังจากแพ้ไปสองนัด ทีมเราคงเริ่มปรับโหมดเข้าสู่สภาพความเป็นจริงมากขึ้น ผลงานสวยหรูชนะ 4 นัดรวด หยุดลงพร้อมกับแพ้ติดต่อกัน 2 นัดติดกัน คือสิ่งที่ผ่า่นไป

พร้อมกับบทพิสูจน์ที่ว่าไม่ว่าจะเจอกับทีมระดับใด ก็มีค่า 3 แต้ม หากคุณสามารถเอาชนะได้ เช่นกันหากคุณพ่ายแพ้ไม่ว่าจะทีมใหญ่หรือทีมเล็ก คุณก็ไม่มีโอกาสได้แต้ม

โปรแกรมการแข่งขันนับจากนี้ของทีมเรา อย่างที่ผมเขียนบอกไปเมื่อวานซืน หากเที่ยบกับโปรแกรมก่อนหน้านี้ทั้ง 6 นัด ถือว่าทีมเรามีโอกาสทำแต้มเป็นกอบเป็นกำื มีโอกาสสูงที่เราจะสามารถทำเก็บ 12 คะแนนเต็มจากโปรแกรมที่จะต้อง เจอ กับ เบิร์นลีย์ ,โบลตัน, พอร์ธมัธ และ สโต๊ค

ซึ่งจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าทีมเราพัฒนาขึ้นมาจากฤดูกาลก่อนหรือไม่ ปีที่แล้วทีมเรามักทำได้ดีกับการเจอทีมใหญ่ ถึงจะไม่ชนะแต่ก็มีแต้มติดมือบ้าง แต่ทีมเรามักพลาดตกม้าตายเป็นประจำกับทีมเล็กๆ ทำให้ทีมเราทำคะแนนหล่นหายไปเยอะ ไม่งั้นปีนี้คงได้มีโอกาสไปเตะบอลยูโรป้า ลีก กับชาวบ้านเค้าแล้ว

ถ้า 4 นัดนี้ ทีมเราสามารถเก็บ 12 คะแนนได้จริง ก็คงจะช่วยการันตีผลงานปีนี้ว่าเราน่าจะทำได้กว่าเดิม อันดับ 6 หรือมองสูงไปถึง อันดับ 5 ยังพอมีลุ้น หากตัดบิ๊กโฟร์ออกไป กลุ่มที่น่าจะสูสีกับทีมเรา คือ เอฟเวอร์ตัน วิลล่า แมนซิติ้ และ เวสต์แฮม ที่คอยเป็นก้างขวางคอเราอยู่สำหรับเป้าหมายของทีมเรา

ทีมเราต้องรักษามาตรฐานและฟอร์มการเล่นให้สม่ำเสมอมากกว่านี้ นักเตะต้องหิวกระหายในชัยชนะอยู่เสมอ หากอยากประสบความสำเร็จ ไม่ใช่มีแรงจูงใจเฉพาะเกมใหญ่เพียงเท่านั้น

หากทีมเราเก็บแต้มได้จากทีมกลางๆ และเล็กๆ ได้มากขึ้น การพลาดแต้มไปบ้างในการเจอกับทีมในกลุ่ิบิ๊กโฟร์ ก็ไม่ส่งผลกระทบโดยรวมกับทีมเท่าไหร่ เีพราะยังไงแต่ละทีมก็มีมูลค่าของชัยชนะเท่ากันคือ 3 คะแนน ยกเว้นไอ้เน่า ที่ยังไงก็รู้สึกมากกว่า 3 คะแนนที่ได้

หากอยากประสบความสำเร็จทีมเราต้องพัฒนาตรงจุดนี้ให้ได้ หากทำได้ก็ค่อยปรับสภาพให้มากขึ้นเมื่อเจอกับทีมใหญ่ กลับกันเมื่อเจอกับทีมเล็กบางทีไม่ต้องชนะถล่มทลาย 3-0 หรือ 4-0 เพียงชนะ 1-0 ได้ แต่ขอให้ชนะสม่ำเสมอ ผมว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการยกระดับทีมขึ้นไปอีกหนึ่งขึ้น

วันจันทร์ที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ต้องกลับมาให้ได้

ผ่านไปแล้วสำหรับเกมที่ทีมเราพบกับ เชลซี ต้องยอมรับครับว่าสู้ไม่ได้ทุกกระบวนท่าจริงๆ ครึ่งแรกก็ยังพอสูสีจากโอกาสที่สร้างสรรค์ได้ แต่ความเก๋าและประสิทธิภาพของนักเตะเชลซี ทำให้ทีมเราต้องพบความบอบช้ำ

จุดเปลี่ยนของเกมคงมาจากการเสียประตูแรกไป พอเราเสียประตู โมเมนตัมของเกมส์สวิงไปที่เชลซีทันที ทั้งๆที่ก่อนหน้าเสียประตู ทีมเราก็ทำให้เชลซีเจองานหนักไปไม่น้อยเหมือนกัน

และอย่าลืมว่าการเสียประตูโดยการเจาะทางกราบทั้งสองข้างในลักษณะนี้ โดยเฉพาะทางฝั่งซ้ายนั้น ทีมเราโดนทักทายมาเรื่อยๆก่อนหน้านั้นแล้ว

เนื่องจากลุงจ่าเปลี่ยนระบบการเล่น มาเป็น 4-3-3 โดยดัน เลนน่อน ขึ้นไปสูง คู่กับ คีน และ เดโฟ และ ส่งไอ้โจ้ จีนัส ลงมา อัดกลางเพิ่ม เพื่อช่วย ฮัดเดิ้ลสตัน และ ปาลาซิออส

พอระบบการเล่นเปลี่ยน ทำให้ เรามีกองกลางอัดในพื้นที่ตรงกลาง เพื่อแพ็คเกมให้แน่น แต่สิ่งที่เสียไป คือพื้นที่ ตรงกราบทั้งสอง ข้าง ทำให้ กองกลางเชลซี รวมถึงแบ็คทั้งสองข้าง ไม่ว่าจะเป็น โบซิงวา และ แอชลีย์ โคล ขึ้นเกมได้ง่าย แต่ฝั่ง โคล ยังโชคดี ที่ เลนนน่อน ยังขยัน ช่วยลงมาปิดพื้นที่ได้ บ้าง

การถูกโจมตีทางแบ็คทั้งสองข้าง ทำให้เกมทีมเรารวนไปทันที โดยเฉพาะลูกแรกที่เป็นจุดเปลี่ยนของเกมทันที พอโดนไป เชลซี ก็เล่นได้ง่ายขึ้น

ซึ่งจะว่าไปทีมเราก็เล่นกันใช้ได้ แต่เจอความเก๋าของเชลซี ทำให้ทีมเรามีสภาพอย่างที่เห็น และที่สำคัญ กรรมการวันนี้ ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ ตัดสินได้ค้านสายตามากๆ ในหลายๆจังหวะ

บางครั้งทีมเราก็น่าจะได้ฟาล์วก็ไม่ได้ ผู้เล่นเชลซี ก็เล่นในบางจังหวะที่สมควรโดนใบเหลือง ก็ไม่ได้ และที่สำคัญลูกที่ คาร์วัลโญ่ เกี่ยว คีน ในกรอบเขตโทษ มองยังไง ก็ลูกโทษ แถมต้องโดนใบแดงอีกด้วย ไม่งั้นรูปเกมคงเปลี่ยนไปจากนี้แน่ๆ

จุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกอย่าง คือการเสีย เล็ดลีย์ คิง ไป ซึ่งต้องยอมรับว่า พอเสีย คิง ไป แล้วสลับ ชอร์ลูก้า มาเล่นนั้น ทำให้ ดร๊อกบา เล่นได้ง่ายขึ้นเยอะ เพราะ ชอร์ลูก้า นั้นเป็นบอลเชิง ที่ไม่มีลูกหนักเท่าไหร่ พอเสีย คิงไป กองหน้า เชลซี ก็เล่นได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะ ดร๊อกบาที่สร้างปัญหาให้กองหลังเราโดยตลอด จนสุดท้ายโดนก็ลงโทษไปอย่างที่เห็น

นี่ถ้าไม่ได้ฟอร์มของซุปเปอร์ สไปเดอร์แมน คูดิชินี่ ช่วยทีมไว้ ทีมเราคงโดนไปมากกว่านี้ การที่ทีมแพ้นั้นถือว่าเจ็บใจแล้ว แต่การที่กองหลังในเกมนี้เรามาเจ็บหนักอีกทั้ง คิง และ บาสซง ที่แต่ละคนคงต้องใช้เวลาพักไม่ใช่น้อย นั้นเจ็บปวดยิ่งกว่า

ตอนดูภาพช้าเห็นจังหวะการล้มของ บาสซง แล้ว บอกตรงๆครับ ผมใจหายวาบเลย จังหวะที่เอาหน้าลงกระทแกพื้นแบบนั้น เห็นแล้วรู้สึกสงสารจับใจ ยิ่งกล้องมาซูมตอนจังหวะที่เจ้าหน้าที่เปลสนามยกออกไป แล้วเห็นเหมือน บาสซง ร้องไห้ ผมโครตสงสารเลยครับ ได้แต่ภาวนาให้ไม่เป็นอะไรและหายเจ็บกลับมาไวไว

และเมื่อผ่านเกมนี้ไป ทำให้ตอนนี้ทีมเราแพ้ไปแล้วสองนัด จากการลงสนาม 6 นัด มี 12 แต้ม การลงสนาม6 นัดโดยเจอกับทีมในกลุ่มบิ๊กโฟร์ไปถึง 3 นัด ก็ถือว่าสอบผ่านในเรื่องของการทำคะแนน แต่สิ่งนึงที่ทำให้รู้คือช่องว่างของทีมในระดับบิ๊กโฟร์นั้นกับทีมเรา ยังมีช่องว่างมหาศาลอยู่มาก

ทีมเราต้องพยายามและสู้ให้มากกว่านี้ หากต้องการจะไปให้สูง เมื่อพลาดกับทีมระดับบิ๊กๆไปแล้ว ต้องสลัดมันทิ้งไป และต้องกลับมาเน้่นกับเกมที่เหลือ ซึ่งต้องถือว่าเป็นโปรแกรมที่ไม่หนักเกินไป

โดยนัดหน้าทีมเรามีโปรแกรม เจอ เบริน์ลีย์, โบลตัน, พอร์ธมัธ และสโต๊คซิติ้ ก่อนที่จะเจอไอ้เน่า หาก 4 นัดนี้ ทีมเราสามารถเก็บแต้มได้เต็มๆ ความหวังที่จะลุ้นอันดับ 5 หรือ อันดับ 6 ในฤดูกาลนี้ยังพอมีหวัง เกมสองนัดนี้ ก็ต้องทิ้งมันไป นักเตะบาดเจ็บขาดแคลนกองหลังในทีมก็ต้องช่วยแก้ปัญหาและประคับประคองทีมกันไป ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอครับ....